เมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป.(รรท.ผบก.ป.) พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ ชุดปฏิบัติการ 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับนายไพรวงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปีตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.153/2563 ลง 9 มิ.ย.63 โดยกล่าวหาว่า “เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและยักยอกทรัพย์” ได้ที่บริเวณริมถนนอู่ทอง ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 นายไพรวงค์ ซึ่งมีอาชีพเป็นหัวหน้าพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่ลูกน้องมีต่อตัวผู้ต้องหา รับฝากบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสกดเงินของลูกน้องทั้งหมด 5 คน ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มซึ่งอยู่ข้างหน้าบริษัท เพราะเนื่องจากลูกน้องทั้ง 5 คน ไม่สามารถออกไปกดเงินในเวลาทำงานได้ และยังเห็นว่านายไพร์วงค์ เป็นหัวหน้าสามารถเข้าออกไปไหนมาไหนได้ตลอดแต่หลังจากที่นายไพรวงค์ ออกไปกดเงินแล้วนั้น ผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อกับนายไพรวงค์ ได้อีก จนกระทั่งมาตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคาร พบว่าถูกถอนไปรายละ 20,000–30,000 บาท รวมค่าเสียหายทั้ง 5 คนกว่า 1 แสนบาท ผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายไพรวงค์ หลบหนีมาพักอาศัยบริเวณพื้นที่ ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เฝ้าติดตามสืบสวนจับกุมได้ในที่สุด จากการสอบถามนายไพรวงค์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเกิดจากความโลภและติดการพนัน จึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้นและอยากฝากขอโทษลูกน้องทั้ง 5 คน ที่ตนเอาเงินไป และจากนี้จะขอทำงานเก็บเงินชดใช้ค่าเสียหายและขอยอมรับผิด

ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้กระทำกันต่างกรรมต่างวาระจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับ 5 หมายจับ ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.154/2563 ลง 9 มิ.ย.63 โดยกล่าวหาว่า “เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและยักยอกทรัพย์” ทั้ง 5 หมายจับ