พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจำปี 2564 ว่า ตนพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ แต่ทุกคนจะต้องเข้าใจระบบของงบประมาณด้วย การพูดจาอะไร ก็ขอให้เกียรติซึ่งกันและกัน เหมือนที่ตนให้เกียรติทุกคน การทำงานวันนี้รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่อย่าลืมว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ด้วยอำนาจ 3 อำนาจ คือ อำนาจฝ่ายบริหารซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ใช้ ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นเรื่องของสภา และอำนาจตุลาการ เป็นเรื่องของศาลและกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ใครหน้าที่มันวันนี้ได้สั่งให้มีการทบทวนกฎหมายที่เสนอผ่าน ครม.ช่วงปีที่ผ่านมาจำนวน 48 ฉบับ เพิ่งสามารถประกาศใช้ได้เพียง 9 ฉบับ จึงอยากให้ความสำคัญทั้งเรื่องกฎหมายความเป็นธรรม กฎหมายการค้าการอำนวยความสะดวก ถ้าไม่สามารถทำกฎหมายเหล่านี้ได้ การเดินหน้าธุรกิจก็ไปไม่ได้ ก็จะกระทบต่อรายได้ของประเทศ รายได้ของประชาชน ดังนั้นทุกคนต้องให้ความสำคัญ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่ผ่านมาพูดกันเยอะว่าต้องใช้อย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพเป็นไปตามกฎหมาย หลักการที่ตนได้มอบนโยบาย คือทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ ทั้งองค์กรตรวจสอบภายในภาครัฐและองค์กรอิสระ จะเห็นได้ว่าวันนี้มีหลายคดีที่เข้าสู่การตัดสินคดีไปแล้ว ตนก็เห็นใจแต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมายทุกคนต้องยอมรับ

“ผมในฐานะผู้นำรัฐบาล ไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำดีก็มี ทำแล้วยังไม่ดีก็มี แต่ยืนยันว่าผมทำทุกอย่าง ทุกเรื่องที่ได้รับผลกระทบ ได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนให้มีการตรวจสอบทุกอย่าง ซึ่งก็ต้องเคารพกติกา บ้านเมืองก็จะไม่มีปัญหา เราอย่าไปเอาแบบอย่างที่อื่นเลย เพราะความเป็นมามันคนละอย่างกัน ในส่วนของประเทศไทยเราต้องดูประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ุของเรา แล้วไปเปรียบเทียบกับประเทศมหาอำนาจว่าประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ุการก่อกำเนิดประเทศเป็นมาอย่างไร มันต่างกันทั้งหมด หลายอย่างเรานำมาเป็นแบบอย่างได้ บางอย่างเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ แต่เอายังไม่ได้ทั้งหมดทุกอันเพราะมันต่างกัน สภาพลักษณะภูมิประเทศ คน วัฒนธรรมประเพณี อัตลักษณ์ มันไม่เหมือนกันทั้งหมด ถ้าเหมือนกันทั้งหมด สูตรเดียวก็ทำได้หมด วันนี้เราจึงต้องใช้คำว่าเทเลเมตรคือทำงานให้ตรงกับความต้องการทำงานให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.มีการหารือถึงงบประมาณ และเงินทุนต่างๆที่ให้เอสเอ็มอีเพื่อที่ประชาชนจะได้เข้าถึง เพราะบางธุรกิจหลายคนบอกว่าเข้าไม่ถึง สาเหตุก็เพราะบางคนไม่ได้ขึ้นทะเบียน ดังนั้นก็เสี่ยงที่จะให้กู้ เพราะเป็นเงินฝากของประชาชนทุกคนต้องเข้าใจในเหตุผล ดังนั้นถ้าพูดโดยไม่มีหลักเกณฑ์หรือหลักการก็จะไปกันใหญ่ กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่พยายามดูแล ทั้งหมดต้องเคารพกติกาโดยรวม จะมาบอกเพียงว่าธนาคารร่ำรวย แต่อย่าลืมว่าธนาคารก็ต้องทำงานหนักและมีความเสี่ยงสูง เรื่องนี้ตนไม่ได้เข้าข้างใคร วันนี้เราต้องรวมไทยสร้างชาติ จะต้องมีความร่วมมือกันระหว่างเอกชนภาครัฐ และที่ตนขอความร่วมมือกับบรรดาสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ นั้นไม่ได้ไปขอเงิน เพียงแต่ขอความร่วมมือให้ไปช่วยเหลือประชาชน วันนี้หลายอย่างมีความก้าวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องของการรวมไทยสร้างชาติ ถ้ามัวแต่ไปโวยวาย โทษกันไปมาก็จะไม่ได้อะไร วันนี้เราต้องคิดแบบสร้างสรรค์ รัฐบาลก็ทยอยดำเนินการเพื่อไปสู่เป้าหมายอาจต้องใช้เวลาบ้าง

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงงบฟื้นฟูได้มอบนโยบายไปแล้วว่าให้มีการเสนอโครงการมาทีละเดือน เพื่อจะได้มีการพิจารณาและประเมินผล ไม่ได้ใช้ทีเดียวให้หมดทั้ง 4 แสนล้านบาท การทยอยเสนอโคสงการเข้ามาก็เพื่อประเมินว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี จะได้แก้ไขได้ทันเวลา รวมทั้งได้ย้ำเตือนเรื่องการตรวจสอบการทุจริต ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทุกโครงการต้องมีรายละเอียดของแผนงานไม่ใช่เสนอเพียงกระดาษแผ่นเดียว อีกทั้งในบางโครงการก็ต้องใช้งบประมาณต่อเนื่องหลายคนอาจไม่เข้าใจระบุว่าเป็นโครงการที่เสนอซ้ำ เราต้องใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินที่รับโอนงบประมาณ

“ผมยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่มีนโยบายในเรื่องการสนับสนุนการทุจริต ถ้ามีก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามอยากจะขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่บ้าง ทั้งข้าราชการ ข้าราชการการเมือง จะเอาแต่เรื่องไม่ดีมาติติงทุกคนก็จะหมดกำลังใจ ไม่อยากทำงาน ดังนั้นต้องส่งเสริมขวัญกำลังใจคนทำงานที่ดีๆ ให้มีกำลังใจทำงานให้กับทุกคน ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลอย่างเดียว เพราะประเทศไทยคือคนไทยทุกคน”นายกฯ กล่าว