ตลอดระยะเวลา3 วันจากนี้ 1-3ก.ค.63นี้ จะเป็นโอกาสให้ "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" ได้แสดงฝีมือ ในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อชำแหละการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ ของรัฐบาล ในวาระการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564

โดยเฉพาะทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล 2 พรรคหลักของฝ่ายค้าน ได้ตั้งเป้าในการอภิปรายฯกันเอาไว้อย่างคึกคัก และเข้มข้น

พรรคเพื่อไทย มี "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าเมื่อภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จบลง ประเทศไทยจะต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนัก แต่การจัดสรรเงินงบประมาณ ประจำปี 2564 รัฐบาลกลับทำงบประมาณ ในลักษณะที่ไม่ตระหนักว่า เราจะต้องเจอกับ "สึนามิทางเศรษฐกิจ" ที่หนักหนา

"นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องจับตาดูว่างบฯจำนวนมากเหล่านี้จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีการจัดงบฯที่ส่อทุจริต ซ่อนเงื่อน ซึ่งเราจะมีส.ส.ที่เตรียมอภิปรายในประเด็นนี้ด้วย" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ (30 มิ.ย.63)

ขณะที่พรรคก้าวไกล "ศิริกัญญา ตันสกุล" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ระบุตอนหนึ่งในระหว่างการบรรยายในหลักสูตร "โควิด -1984" เป็นซีรีส์บรรยายสาธารณะของ "Common School" ผ่านทางยูทูป "คณะก้าวหน้า-Progressive Movement" ในหัวข้อ "ผ่างบประมาณเเผ่นดิน : เส้นเลือดใหญ่ไร้ประสิทธิภาพ" ถึงการจัดงบประมาณปี 2564 ว่าเป็นการจัดสรรงบในลักษณะที่ไม่ตอบโจทย์ ของประเทศหลังโควิดได้อย่างแท้จริง โดยได้โยงไปถึง วิสัยทัศน์เเละภาวะผู้นำของ หัวหน้ารัฐบาล คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

สองพรรคหลักทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่จะทำหน้าที่ "ชำแหละ" รัฐบาลในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2564 กลางสภาฯ แม้รู้ดีว่า วันนี้เสียงของรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง เหนือพรรคฝ่ายค้านหลายช่วงตัว ไม่ต้องพะงักพะวงเรื่อง "เสียงปริ่มน้ำ" เหมือนที่ผ่านมา แต่หากรอบนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปโดยที่ไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะยิ่งทำให้ เสียงของพรรคฝ่ายค้าน อ่อนแรง และแผ่วเบาลงไปมากขึ้นทุกที

อย่างไรก็ดี ปฏิบัติการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ในสภาฯรอบนี้ ยังน่าสนใจว่า เกมอาจจะไม่ได้จบลงเฉพาะในเวทีสภาฯเท่านั้น แต่โอกาสที่จะถูกนำไปขยายแผล ในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวชุมนุม ต่อสู้แสดงพลังของกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ที่กำลังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการบังคับใช้พ.ร.ก.บริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ก็อาจต้องปรับโหมด

อย่าลืมว่า พรรคก้าวไกล ยังมี "คณะก้าวหน้า" ที่รอเขี่ยบอลอยู่นอกสภาฯ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว อาจเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ง่ายนัก เพราะวันนี้นอกจากจะไม่มี "กองกำลัง" ที่เคยแข็งแกร่งอย่าง "คนเสื้อแดง" มารับลูกเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับปัญหา "ภายใน" ของพรรคเพื่อไทยเองที่ขาดความเป็นเอกภาพ เกิดปัญหาร้าวลึก ต่างคนต่างอยู่ กันชัดเจน เพราะสิ่งที่ประธานยุทธศาสตร์พรรค ออกมาส่งสัญญาณ ก็ใช่ว่าจะมี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ออกมาขานรับ ในทิศทางเดียวกัน ไปเสียทั้งหมด

โอกาสของพรรคฝ่ายค้านที่จะได้แสดงฝีมือ ในเวทีสภาฯ จะออกมาในทางที่เป็นลบหรือบวก 3 วันจากนี้ ต้องรอลุ้นกันไป !