ประสิทธิ์ประสาทปริญญาไปเป็นที่เรียบร้อย จนถูกยกให้เป็นผู้จบการศึกษาด้านนี้ในระดับอุดมศึกษาเป็นคนแรกของโลก

สำหรับ ปริญญาของการศึกษาที่ว่าด้วยเรื่องของ “ศาสตร์แห่งนินจา” นักรบ นักฆ่า ที่มากความสามารถของญี่ปุ่น ซึ่งทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี

แม้ที่ผ่านๆ มา หลายคนอาจจะมองเป็นด้านลบ สำหรับ “นินจา” ในฐานะนักฆ่า มือสังหาร อันมีชีวิตอยู่อย่างเปื้อนเลือด เพราะต้องฆ่าคนด้วยอาวุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดาบยาวแบบซามูไร ลูกดอก อาวุธลับ เป็นต้น

ทว่า ในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะระดัมอุดมศึกษา กลับให้ความสนใจ ด้วยความภาคภูมิใจ ยกย่องให้เป็นหนึ่งในศาสตร์ เป็นหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเลยทีเดียว ใน “มหาวิทยาลัยมิเอะ” สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองสึ นครหลวงเมืองเอกของ จ. มิเอะ ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น

และใช่ว่าจะจัดหลักสูตรกันแบบธรรมดาๆ แต่ได้จัดการเรียน การสอน ตั้งแต่ระดับบัณฑิตปริญญาตรี และปริญญาโท มหาบัณฑิต และปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต กันอีกต่างหาก

โดยผู้ที่จะเข้าศึกษา ก็มิได้ตบเท้าเดินเข้าไปเรียนได้ง่ายๆ แต่ต้อง “สอบเข้า” ทางวิชาการทั้งด้านภาษา และคณิตศาสตร์ เฉกเช่นเดียวกับการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในคณะอื่นๆ ทั่วไป มีสอบได้ สอบตก ให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นนิสิตใหม่ ต้องลุ้นระทึกอย่างใจหาย ใจคว่ำ กันอีกด้วย

ทั้งนี้ หลักสูตรว่าด้วยศาสตร์นินจา ได้เปิดมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายของคริสต์ทศวรรษ 2010 คือ ราวๆปี 2017- 2018 (พ.ศ. 2560 – 2561) ซึ่งแรกๆ ที่มีข่าวว่ามีการเปิดหลักสูตร การเรียน การสอน ศาสตร์นินจานี้ หลายคนถึงกับหัวเราะด้วยความขบขัน หรือถึงขั้นว่าเป็น “ข่าวปลอม” หรือ เฟคนิวส์ (Fake news) กันเลยก็มี ไม่เชื่อว่า จะมีการเรียน การสอน ในหลักสูตรที่ว่านี้จริง

ล่าสุด มหาวิทยาลัยมิเอะ ก็ได้มอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรว่าด้วยศาสตร์แห่งนินจานี้ไปกันแล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้

โดยปริญญาบัตรที่ทางมหาวิทยาลัยมิเอะ ประสิทธิ์ประสาทให้เป็นปฐมครั้งแรกนี้ ก็เป็น “มหาบัณฑิต” คือ ระดับปริญญาโท ซึ่งมหาบัณฑิตนินจาคนแรกของโลก ทราบชื่อภายหลังว่า “นายเกนิชิ มิตซูฮาชิ” อายุอานามก็ 45 ปีแล้ว

มหาบัณฑิตนินจา “มิตซูฮาชิ” เปิดเผยว่า ตัวเขาใช้เวลาศึกษา 2 ปี ตามหลักสูตร ซึ่งเนื้อหาวิชา ก็มีทั้งการศึกษาด้านศิลปะการต่อสู้แบบ “โชนิจิ” อย่างในระดับผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาให้ถึงขั้นซึมซับในวัฒนธรรมอันสุดละเมียดของการเป็นนักรบ และการเป็นสายลับแบบนินจา

ใช่แต่เท่านั้น เพื่อให้ได้เป็นนินจากันอย่างแบบครบเครื่อง และเข้าใจในวิถีชีวิตของความเป็นนินจาที่แท้จริง มหาบัณฑิตมิตซูฮาชิ ยังใช้ชีวิตแบบนินจา ด้วยการลงแปลงปลูกผัก ซึ่งเมื่อว่าตามวิถีนินจาแต่ครั้งโบราณ นินจาก็จะเป็นชาวนาอีกด้วย คือ ทำงานในช่วงตอนเช้า จากนั้นก็จะฝึกศิลปะการต่อสู้ในช่วงบ่าย โดยนายมิตซูฮาชิ ก็จะฝึกฝนตามตารางเวลาการใช้ชีวิตของนินจาข้างต้นด้วย

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว มหาบัณฑิตมิตซูฮาชิ ยังมีความประสงค์ที่จะเป็น ดุษฎีบัณฑิต ด้านนินจาอีกด้วย คือ จะสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกต่อไปอีกด้วย

ศ. ยามาดะ ยูจิ หนึ่งในคณาจารย์และเป็นผู้ร่วมร่างหลักสูตรว่าด้วยศาสตร์นินจาของมหาวิทยาลัยมิเอะ เปิดเผยว่า ศาสตร์นินจาที่เปิดการเรียน การสอน ดังกล่าว มิใช่ให้ผู้จบการศึกษาไปเป็นนินจา นักรบ นักฆ่า ตามภาพลักษณ์ที่หลายๆ คนมองนินจากันเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้วเพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษา มีทักษะด้านการอ่านเอกสารประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และมีความสามารถด้านการสื่อสาร โดยมีจุดหมายเพื่อให้เข้าใจในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอย่างซาบซึ้งอันจะเป็นคุณประโยชน์สำหรับการพัฒนาประเทศต่อไป