“บี แอนด์ จี พาร์ค”ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โชว์ศักยภาพสินทรัพย์โครงการอินเตอร์เชนจ 21 อาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมใจกลางย่านธุรกิจ ทำเล Super Prime Area ชูนโยบายขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมรุกสร้างแบรนด์ก้าวเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มอาคารสำนักงานและโรงแรมชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าระดมทุนในไตรมาส 3 หลัง ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่งจัดตั้งกองทรัสต์ BGREIT ชี้ดีมานด์อาคารสำนักงานยังเติบโตหลังโควิด-19 เบาบาง ส่งผลให้พฤติกรรมการทำงานและการเลือกขนาดพื้นที่เช่าเปลี่ยน

นายเทพฤทธิ์ ศรีชวาลา กรรมการ บริษัท บี แอนด์ จี พาร์ค จำกัด หรือ B&G เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โรงแรมอวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ และธุรกิจอาคารสำนักงานได้แก่ โครงการอินเตอร์เชนจ 21 โดยบริษัทเป็นผู้พัฒนาและบริหารในส่วนอาคารสำนักงานและร้านค้าปลีกให้เช่าระดับเกรด A สุดยอดทำเล Super Prime Area ตั้งอยู่ใจกลางเขตเศรษฐกิจย่านอโศก-สุขุมวิท ซึ่งเป็นจุดตัดถนน 2 เส้นทางหลัก และยังเป็นจุดเชื่อมต่อที่สามารถเดินทางเข้าสู่ภายในอาคารจากระบบขนส่งมวลชนทั้ง 2 เส้นทางได้แก่ รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และรถไฟฟ้า MRT สถานีสุขุมวิท อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำย่านอโศก และสุขุมวิทพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอีกมากมาย

ทั้งนี้นอกจากทำเลที่ตั้งที่มีความสะดวกแล้ว บริษัทได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาบริหารจัดการภายในอาคาร ทำให้ตัวอาคารได้รับรางวัลต่างๆ รวมถึงการออกแบบอาคารและการจัดสรรพื้นที่เช่าเพื่อรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เช่าได้หลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม อาทิ สถาบันการเงิน ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจการท่องเที่ยว เป็นต้น ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาคารในโครงการอินเตอร์เชนจ 21 มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยกว่า 95% ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ร้านค้าปลีก

สำหรับแนวโน้มตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) คลี่คลาย คาดว่าอาจจะมีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง บางธุรกิจเริ่มปรับตัวเพื่อลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ แต่ยังมีความต้องการเช่าพื้นที่ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปในขนาดใช้สอยพื้นที่ที่เล็กลง สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานรูปแบบ Work from home ซึ่งผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจ ได้ปรับตัวเพื่อรองรับกับสถานการณ์ โดยเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานของพนักงาน ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศ ทำให้มีความต้องการใช้พื้นที่ออฟฟิศน้อยลง และอาจจะมีการปรับพื้นที่การนั่งทำงานใหม่สำหรับพนักงานที่ยังมีความจำเป็นต้องเข้ามาปฏิบัติงาน

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมความพร้อม และดำเนินการปรับตัวมาก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์ข้างต้น โดยใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการพื้นที่การปล่อยเช่าของอาคาร การติดต่อกับผู้เช่าอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ นอกจากนี้มองว่ากลยุทธ์การกำหนดอัตราค่าเช่าเพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการสำนักงานให้เช่ารายอื่นๆ ไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสมในปัจจุบัน แต่ควรจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่เอื้อต่อการดำเนินกิจการต่อผู้เช่าเช่น ปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางและพัฒนางานระบบให้อาคารมีความทันสมัย ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ เพื่อดึงดูดให้ผู้เช่ายังคงเช่าพื้นที่และต่อสัญญาเช่ากับอาคารต่อไป

โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีมาตรการเชิงรุกช่วยเหลือผู้เช่าในการจัดสรรพื้นที่สำนักงานให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ ทำให้ทางอาคารมีความหลากหลายของธุรกิจที่เป็นผู้เช่ารายย่อย ส่วนผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทางบริษัทได้ช่วยเหลือผู้เช่าที่ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้างต้น และต้องหยุดดำเนินการประกอบธุรกิจ ทางบริษัทจึงพิจารณายกเว้นการเก็บค่าเช่า หรือบางธุรกิจที่มีผลกระทบบ้างแต่ยังคงเปิดดำเนินกิจการได้ ทางบริษัทจะพิจารณาปรับลดค่าเช่าจากอัตราตามสัญญาเช่าปกติเป็นรายกรณี เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ผู้เช่าพื้นที่ให้ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยความช่วยเหลือดังกล่าวน่าจะสิ้นสุดเร็วๆนี้ ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบต่อผู้เช่าอย่างมีสาระสำคัญในการเช่าพื้นที่ และยืนยันว่าจะไม่ส่งกระทบต่อการลงทุนของกองทรัสต์ฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงหลังจากนี้

สำหรับล่าสุด บริษัทได้เดินหน้าจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อเข้าระดมทุนในโครงการอินเตอร์เชนจ 21 โดยปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือสำนักงาน (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์(ไฟลิ่ง)ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ บี แอนด์ จี (B&G Leasehold Real Estate Investment Trust: BGREIT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้มีบริษัท บี แอนด์ จี รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ B&G เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้งนี้ ทรัสต์ BGREIT จะเข้าลงทุนครั้งแรกในโครงการอินเตอร์เชนจ 21 เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี รวมมูลค่าเงินระดมทุนทั้งสิ้นไม่เกิน 8,043 ล้านบาท โดยมาจากการระดมทุนจำนวนไม่เกิน 6,543 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวนไม่เกิน 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในไตรมาส 3 ปี 2563

“เรามีนโยบายการลงทุนทรัพย์สินประเภทอาคารสำนักงานเกรด A พื้นที่สำนักงานให้เช่าและพื้นที่ค้าปลีก ในทำเลที่มีศักยภาพเติบโตสูง หรือลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ พร้อมสร้างแบรนด์ บี แอนด์ จี พาร์ค ให้เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มอาคารสำนักงานรวมถึงโรงแรมชั้นนำ”