เสือตัวที่ 6

ช่วงสถานการณ์ Covid-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ปลายด้ามขวานตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจวบจนพฤษภาคม 2653 ได้สร้างความตื่นกลัวให้เกิดขึ้นกับมนุษยชาติทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย ความตื่นกลัวส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วในพื้นที่ ซึ่งนั่นทำให้บรรดาแกนนำขบวนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ออกจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ จำต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้ใหม่ให้สอดรับกับความตื่นตระหนกของผู้คนในพื้นที่จากวิกฤติ Covid-19

และความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้กับรัฐ ที่มุ่งก่อความไม่สงบไปทั่วพื้นที่อย่างไม่มีเป้าหมายชัดเจน การสร้างความหวาดระแวงระหว่างคนในพื้นที่กับคนของรัฐ จำต้องเปลี่ยนไปเป็นการแสวงหาช่องทางใหม่ในการสร้างเงื่อนไขใหม่ๆ ในการปลุกระดมความคิดผู้คนในพื้นที่ ให้ยังคงดำรงความมุ่งหมายในการแบ่งแยกการปกครองออกไปเป็นพื้นที่พิเศษที่ปกครองกันเองแบบวิถีที่แกนนำต้องการ และการแสวงหาเงื่อนไขใหม่ๆ ในยุคการคลี่คลายของการระบาดจากไวรัส Covid–19 แกนนำขบวนการแห่งนี้ จึงต้องหาช่องทางสร้างความบาดหมางให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนในพื้นที่กับรัฐอย่างเข้มข้นในเงื่อนไขของความแร้นแค้นในหาเลี้ยงชีพเพื่อการดำรงชีวิตของมวลชนในพื้นที่

ช่องทางที่จะขยายผลความคับข้องใจของมวลชนที่จะมีต่อรัฐ อันเกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจปากท้องของคนในพื้นที่ จึงเป็นช่องทางเดียวที่จะพอมองออก และเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมผู้คนให้คิดต่างจากรัฐได้ไม่ยาก เพราะเป็นที่แน่นอนว่า วิกฤติการแพร่ระบาดของ Cocvid-19 นั้น ได้ส่งผลกระทบให้โลกทั้งใบต้องหยุดลง ทุกกิจกรรมของทุกประเทศในโลกใบนี้ ต้องหยุดกิจการ หยุดการดำเนินการอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแน่นอนว่า นั่นจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกต้องหยุดลง หรืออย่างน้อย ทุกกิจกรรมของมนุษย์โลก ต้องถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า New Normal โดยมีแก่นแกนสำคัญคือการเว้นระยะห่างระหว่างกัน (Social Distancing) อย่างใหม่นี้ไปจนกว่าจะค้นพบวัคซีนตัวใหม่ขึ้น

และชีวิตวิถีใหม่ที่ถูกบังคับให้คนในโลกต้องทำนี้ ได้ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของโลกต้องถดถอยลงไปมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจนถึงขั้นพังทลายลงได้ในไม่ช้า ซึ่งนั่น ย่อมเป็นสภาวะของความทุกข์ยาก ต้องเผชิญกับความแร้นแค้นในการดำรงชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานด้วยเช่นกัน แม้ว่ารัฐจะพยายามทุกวิถีทางในการเยียวยาคนในประเทศจากความยากลำบากนี้ หากทำได้ก็เพียง 2-3 เดือนข้างหน้า ด้วยเงินกู้จากต่างประเทศกองมหึมาที่หยิบยื่นให้ประชาชนเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

และแน่นอนว่า ระบบเศรษฐกิจที่ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวของมันเอง หากต้องอาศัยตัวช่วยจากรัฐ ย่อมเดินหน้าไปได้ไม่นานก็จะต้องหยุดลง ซึ่งนั่นย่อมเป็นช่องทางในการหยิบยกประเด็นของความทุกข์ยากของคนในพื้นที่มาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปลุกระดมความคิดแปลกแยกแตกต่างจากรัฐ เพียงสอดแทรกต่อเติมว่ารัฐไม่จริงใจในการแก้ปัญหา บรรเทาความเดือนร้อนแร้นแค้นให้คนในพื้นที่อีกนิดหน่อย ก็จะสามารถทำให้ความคิด ความเชื่อในการเห็นต่างจากรัฐ ยังคงจุดติดและลุกโชนอยู่ในใจของผู้คนในพื้นที่อยู่ต่อไป ประมาณการตัวเลขจากหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านการพัฒนาตรงกันว่า มีคนไทยไปค้าแรงงานในมาเลเซียมีอยู่ประมาณ 200,000 คน กระจายอยู่ในทุกภาคส่วน โดยเป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมายเพียงประมาณ 50,000 คน ซึ่งในส่วนนี้ส่วนมากเป็นคนไทยที่มาจากทั่วทุกภูมิภาค และอยู่ในเครือข่ายธุรกิจนวดหรือสปามากสุด ส่วนที่เหลือประมาณ 150,000 คน เป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นคนไทยจากพื้นที่ชายแดนใต้มากที่สุด

และผลกระทบประเด็นนี้ เป็นช่องทางให้แกนนำขบวนการแห่งนี้ จะนำไปใช้เป็นประเด็นหนึ่งของเงื่อนไขใหม่ที่สำคัญคือ “คนว่างงาน” อันเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการการป้องกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ของรัฐและของประเทศทั่วโลก ที่รัฐโดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย จะต้องเร่งนำมาศึกษาวิถีใหม่ภายใต้การหยิบยกเงื่อนไขใหม่อันเกิดจากภาวะความทุกข์ยาก ความลำบากยากเข็ญในการหาเลี้ยงชีพของพี่น้องประชานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างย่างในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ที่ยังคงมีกลุ่มคนที่รวมตัวกันเป็นขบวนการในการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐ ยังคงพยายามแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ให้แปลกแยกแตกต่างจากคนไทยด้วยกันในภาคส่วนอื่นของประเทศอยู่อย่างเข้มข้น

แม้ว่าหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาไฟใต้อย่าง ศอ.บต. จะคิดไว้แล้วล่วงหน้าตั้งแต่วันที่มีเกิดโรค Covid-19 ระบาดขึ้น โดยมีการวางแผนรับมือไว้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำแล้ว หากแต่ปัญหาการถดถอยจนถึงขั้นพังทลสยของเศรษฐกิจในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับมหภาค คือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระดับชาติ จนถึงเศรษฐกิจระดับครัวเรือน กล่าวคือเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ส่งผลกระทบทั้งการว่างงานและปัญหาทางเศรษฐกิจระดับรากหญ้าการดำรงชีพ เป็นปัญหาความยากจนที่ถึงขั้นแร้นแค้นของคนทุกภาคส่วน ที่ต้องถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เป็นเงื่อนไขใหม่ให้แกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ มีโอกาสอีกครั้งหนึ่งในการสอดแทรกให้เกิดช่องว่างทางใจให้เกิดขึ้นระหว่างคนในพื้นที่กับคนส่วนอื่นของประเทศ หากรัฐยังไม่ตระหนักในภาระอันหนักอึ้งเหล่านี้มากพอ ลำพัง ศอ.บต. ก็คงจะรับมือเงื่อนไขใหม่นี้ไม่ไหว