5 จว.ป่วยสูงสุด ระนอง ยะลา พังงา ศรีสะเกษ สตูล ให้รีบทำความสะอาดหลังแช่น้ำหรือย่ำโคลน หากมีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง-โคนขารุนแรง ต้องรีบพบแพทย์

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส หรือฉี่หนู ในปี 63 มีผู้ป่วย 501 ราย เสียชีวิต 6 ราย โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ระนอง ยะลา พังงา ศรีสะเกษ และสตูล

ส่วนภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคใต้ รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกลุ่มอายุที่พบมากอยู่ระหว่าง 45-54 ปี รองลงมาคือ 35-44 ปี และอายุ 55-64 ปี ตามลำดับ โดยอาชีพส่วนใหญ่ที่พบคือ เกษตรกร ร้อยละ 43.7

คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคไข้ฉี่หนูเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่อาจสัมผัสกับเชื้อโรคมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลทำนา และโรคนี้มักพบผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงฤดูฝนของทุกปี ประกอบกับหลายพื้นที่มีน้ำท่วมหรือน้ำขัง ประชาชนจึงเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ขณะลุยน้ำ แช่น้ำนานๆ หรือย่ำดินโคลนหลังน้ำลด โดยภาคอีสาน จะพบผู้ป่วยสูงในช่วงมิ.ย.-ก.ย. ส่วนภาคใต้ จะพบผู้ป่วยสูงช่วงพ.ย.-ม.ค.

ทั้งนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงการแช่หรือลุยน้ำ ที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากปัสสาวะสัตว์นำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ตหรือใช้ถุงมือยาง เช่น ทำความสะอาดหลังน้ำลด ทำเกษตรกรรมหรือเลี้ยงสัตว์ หลังจากลงไปแช่น้ำหรือย่ำโคลน ควรรีบทำความสะอาดร่างกาย รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ในภาชนะปิดมิดชิด ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน และควรควบคุมกำจัดในบริเวณที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน และแหล่งท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่มีประวัติเสี่ยงแช่น้ำ ย่ำดินโคลนหรือบุคคลทั่วไป หากพบว่ามีอาการป่วยด้วยไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่น ตาแดง ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422