กรมการจัดหางาน ย้ำ คนงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศทุกคน ควรสมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครอง หากประสบอันตราย เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ หรือประสบปัญหาในต่างประเทศ คุ้มครองตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างงาน พบขณะนี้ได้ช่วยเหลือไปแล้ว 166 ราย เป็นเงิน 5,038,415.36 บาท

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ และให้การคุ้มครองแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศแล้ว ประสบปัญหาต่างๆ โดยให้การสงเคราะห์แก่แรงงานไทยที่ไปหรือจะไปทำงานในต่างประเทศ หรือทายาทโดยธรรมของสมาชิกกองทุนฯ ซึ่งผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกต้องเป็นคนหางานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง ส่วนคนหางานที่แจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเองสามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้ตามความสมัครใจ โดยมีอัตราค่าสมัครสมาชิก 300 - 500 บาท แตกต่างกันตามประเทศที่จะเดินทางไปทำงาน เป็นการจ่ายครั้งเดียว แต่ให้การคุ้มครองตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง รวมทั้งหากยังอยู่ หรือยังทำงานอยู่ในต่างประเทศ จะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนฯ ต่อไปอีกเป็นเวลา 5 ปี และจะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามสาเหตุของปัญหา ดังนี้ กรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศหรือกรณีประสบปัญหาในต่างประเทศ เช่น รอเข้าทำงานใหม่ รอการส่งกลับ เป็นต้น สงเคราะห์เป็นค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น โดยจะได้รับการสงเคราะห์ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน คนละ 30,000 บาท กรณีประสบอันตรายจนพิการ หรือทุพพลภาพทั้งก่อนเดินทางและไปทำงานต่างประเทศแล้ว โดยกรณีพิการสงเคราะห์ คนละ 15,000 และกรณีทุพพลภาพสงเคราะห์คนละ 30,000 บาท กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศจะสงเคราะห์แก่ทายาทจำนวน 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท กรณีถูกเลิกจ้างจากสาเหตุประสบอันตรายและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในต่างประเทศ สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท

อธิบดีกรมจัดหางาน กล่าวต่อว่า กรณีต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนสิ้นสุดการเป็นสมาชิกกองทุนฯ เนื่องจากเป็นโรคต้องห้ามของประเทศที่ไปทำงาน โดยทำงานไม่ถึง 6 เดือน สงเคราะห์คนละ 25,000 บาท ถ้าทำงานเกินกว่า 6 เดือน สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท และกรณีประสบปัญหาเนื่องจากความไม่สงบ ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด ซึ่งทางการ ของประเทศนั้นๆ ประกาศกำหนดแล้ว สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท กรณีถูกดำเนินคดีอาญา
ในความผิดซึ่งมิได้กระทำโดยเจตนาในต่างประเทศ ให้จ่ายเป็นค่าจ้างทนายความเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยสมาชิกกองทุนฯ หรือทายาทสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือจะยื่นคำร้องขอรับการสงเคราะห์เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ณ สำนักงานแรงงานในต่างประเทศ สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติในรอบปีงบประมาณ 2563 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 – พฤษภาคม 2563 กรมการจัดหางานได้ช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศแล้ว 166 ราย คิดเป็นเงิน 5,038,415.36 บาท เป็นการสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต จำนวน 62 ราย เป็นเงิน 2,470,000 บาท กรณีตรวจโรคไม่ผ่าน จำนวน 6 ราย เป็นเงิน 120,000 บาท กรณีทุพพลภาพ จำนวน 52 ราย เป็นเงิน 1,560,000 บาท ถูกเลิกจ้าง/ประสบปัญหาอื่นๆ จำนวน 16 ราย เป็นเงิน 523,320 บาท และประสบปัญหาในต่างประเทศ จำนวน 30 ราย เป็นเงิน 365,095.36 บาท

"การไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุ้มครอง และหากเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์หากประสบอันตราย หรือประสบปัญหา จึงขอให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญ ของการเป็นสมาชิกกองทุนฯ โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานด้วยวิธีแจ้งการเดินทางด้วยตนเอง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้ด้วยความสมัครใจ เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เมื่อประสบปัญหาหรือประสบอันตรายตามกฎหมายกำหนด อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจไปทำงานในต่างประเทศ ก็ควรศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง โดยสอบถามข้อมูลสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ฝ่ายกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน"อธิบดีกรมจัดหางาน กล่าว