จากกำหนดการเดิมที่ "แกนนำ"ของพรรคพลังประชารัฐ เตรียมจัดขบวนยกขันหมาก ไปเชื้อเชิญ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ กันถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ "พี่ใหญ่" มานั่งในเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" ในเช้าตรู่ของวันอังคารนี้ 23 มิ.ย. ก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลง

นัยว่าเพื่อ "ลดแรงเสียดทาน" ที่อาจไปกระทบกับความรู้สึก ของ "กลุ่มสี่กุมาร" ทั้ง "อุตตม สาวนายน" รมว.คลัง ที่เพิ่งหลุดจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค และ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" รมว.พลังงาน ที่จำใจต้องลุกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรค

จะยิ่งทำให้ภาพความขัดแย้ง ภายในพรรคพลังประชารัฐ แจ่มชัดยากประสานกันมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญยังจะกลายเป็นว่า กลุ่มของวิรัช รัตนเศรษฐกิจ ที่ผนึกกับ "กลุ่มสามมิตร" กำลังนำความวุ่นวายภายในพรรค ลากเข้าไปถึงทำเนียบรัฐบาล ลามไปถึงตัว "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งฝ่ายหลังพยายาม "ตีกรรเชียง" ถอยห่างจากวงล้อมทางการเมือง ของพรรคมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนั้นจึงต้องมีการ "เปลี่ยนแผน" กันอย่างกะทันหัน เมื่อมีการส่งสัญญาณเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าจะไม่มีการแกนนำจากพรรคพลังประชารัฐ ยกขันหมากแห่แหนกันมาที่ทำเนียบฯ แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการตอกย้ำ "ความขัดแย้ง" ดังนั้นสมาชิกพรรคจึงจะพากันรอ บิ๊กป้อมไปเยือนถึงที่ทำการพรรคใหม่ ที่อาคารวัน ถนนรัชดา แทน

แต่แล้ว ก็เป็น "พี่ใหญ่" พล.อ.ประวิตร เองที่ออกมาตอบคำถามสื่อมวลชน ว่าจะไปรับเทียบเชิญนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วยตนเองที่พรรคหรือไม่ ด้วย 3 ประโยค "ไม่ไป ไม่รู้ ไม่รับ"

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับการไปปรากฏตัวของบิ๊กป้อมที่พรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้หรือไม่นั้น ยังอาจไม่สำคัญเท่ากับการที่ พล.อ.ประวิตร ไปร่วมประชุมใหญ่ของพรรค ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.นี้ที่อาคารอิมแพค เมืองทองธานี เพราะงานนี้ถือเป็นการตอกย้ำ และ เป็นคำตอบที่จะมีความชัดเจน

ทว่านาทีนี้สูตรการเมืองสำหรับพรรคพลังประชารัฐอาจไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนแปลง หรือพลิกผันในนาทีสุดท้าย เพราะการได้ พล.อ.ประวิตร เข้ามากำกับ สั่งการทุกความเป็นไปภายในพรรคพลังประชารัฐ นอกจากจะเป็นการ "สยบความวุ่นวาย" ที่เกิดจากความขัดแย้ง และแย่งชิงอำนาจกันเองแล้ว ยังถือเป็นการวางเกมการเล่นเพื่อรักษาอำนาจของ "3 ป." เอาไว้อย่างเหนียวแน่นอีกด้วย

เมื่อ พล.อ.ประวิตร ลงมาคุมเกมการเมืองด้วยตัวเอง ย่อมหมายความว่า การรักษา พล.อ .ประยุทธ์ ไม่ให้ต้องลงมาเล่นเอง เปิดประตูรับปัญหาทางการเมืองเอาไว้กับตัว จะทำให้ "ผู้นำรัฐบาล" ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารได้โดยไม่ต้องพะวักพะวง ต้องปวดหัวกับการคลี่คลายปัญหาทางการเมือง

ไม่ว่าจะมาจากในพรรคพลังประชารัฐ หรือจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่ต่างเปิดเกม "ทวงเก้าอี้" ใน ครม.กันเองอย่างอุตลุต จนกระเพื่อมกลายเป็นแรงกดดันมาถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าทั้งพรรคพลังประชารัฐและกลุ่ม "3 ป." เองยังมีภารกิจที่สำคัญ นั่นคือการรักษา "ที่เล่น" ของพล.อ.ประยุทธ์ เอาไว้ให้ยืนระยะมากที่สุด เพราะวันนี้ "คะแนนนิยม" ของตัวบิ๊กตู่ยังมีอยู่สูง และแถมยังเป็น "แต้มต่อ" ที่ประคอง "เรือเหล็ก" ลำนี้มาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฉะนั้นทุกเกมการเล่นไม่ว่าจะอยู่ในสนามไหน "3ป."ต้องระมัดระวังตัว รักษา "ขุน" อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ให้บอบช้ำและเปลืองตัวน้อยที่สุด เป็นดี !!