รายงาน : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี น้อมนำแนวพระราชดำริ พัฒนานวัตกรรมเพื่อการผลิตพืชอาหาร ใช้ง่าย ต้นทุนต่ำ เกษตรกรรุ่นใหม่ทำได้ รองรับหลังวิกฤติโควิด-19
พันตำรวจเอก พันธ์ศักดิ์ สมันตรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางศูนย์ฯ ได้จัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ซึ่งเป็นแปลงตัวอย่างในพื้นที่ 5 ไร่ สำหรับ 1 ครัวเรือน มีพ่อแม่และลูก 2 คน ที่สามารถดำรงชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยการประกอบกิจกรรมต่างๆ เช่น การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงปลานิลในบ่อดิน ปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกไม้ผล และทำนาข้าว โดยเน้นการบริหารจัดการในแปลงให้มีความยั่งยืน คือมีผลผลิตต่อเนื่องแบบรายวัน ราย 15 วัน รายเดือน และรายปี เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปีพร้อมกับการจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันลง และลดการขยายผลการดำเนินงานแบบเกินตัว ทำให้มีเงินออมที่มากขึ้น ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองได้

นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ได้ส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่องของการวางแผนการผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการ ซึ่งปัจจัยของอาชีพเกษตรกรมี 3 เรื่อง คือ เรื่องของการผลิต วิธีการผลิต และการขายหรือการตลาด ซึ่งปัจจัยด้านการตลาดเป็นปัญหาใหญ่ของอาชีพเกษตรกร ทั้งนี้ศูนย์ฯ ได้เตรียมสถานที่จำหน่ายสินค้าที่เหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในการจัดเตรียมสถานที่ในการจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ กลุ่มหัตถกรรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่ายได้ในช่วงปีใหม่หรือในช่วงสงกรานต์ ปี 2564 ภายใต้แนวทาง “สินค้าคุณภาพดี ถูกของผู้ซื้อ แพงของผู้ขาย สะดวกสบายเข้าถึงง่าย”
ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 นั้น ทางศูนย์ฯ ได้ให้การช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ยืนอยู่ได้ในสถานการณ์ที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน ภายใต้แผน 2 ระยะ คือระยะที่ 1 ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้วยการสนับสนุนปุ๋ยหมัก รถน้ำอันเนื่องมาจากภัยแล้งของพื้นที่ และเมล็ดพันธุ์พืชจำนวน 14 ชนิดพืช อาทิ ถั่วฝักยาวพันธุ์ลายเสือ ถั่วฝักยาวพันธุ์พระราชทานม่วง ข้าวโพด ตักหงาย มะเขือเทศสีดาห้วยทราย พริกพระราชทาน บวบเหลี่ยม เป็นต้น ให้แก่เกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไปนำไปเพาะปลูกเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน

ส่วนระยะที่ 2 เปิดฝึกอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจในเรื่องการบริหารจัดการแปลงเพื่อให้ได้รับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ตรงตามความต้องการของตลาด และส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรขึ้น เพื่อร่วมวางแผนการผลิตเพื่อให้ผลผลิตและชนิดพืชที่ออกมาไม่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อลดการกระจุกตัวของผลผลิต และให้ผลผลิตมีความหลากหลาย ไม่ถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ ที่สำคัญมีการขยายผลการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเพาะปลูก เพื่อลดต้นทุนในการทำการผลิต ซึ่งสืบเนื่องมาจากการทำการเกษตรในปัจจุบันมีจำนวนน้อยลง อันเป็นผลมาจากความยากลำบากเหน็ดเหนื่อย เมื่อทำแล้วมีรายได้ไม่เพียงพอ ทางศูนย์ฯ ได้ทำการศึกษาเรื่องเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีปัญหาที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้การทำเกษตรสามารถมีรายได้ด้วยการลดต้นทุนการผลิต และแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่ใช้บำรุงต้นพืช โดยคาดว่าหลังจากการระบาดโควิด-19 ผ่านไปแล้ว น่าจะเกิดเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถนำความรู้ความสามารถที่เคยมีจากการทำงานเดิมๆ ในอาชีพเดิมมาประยุกต์ใช้ในงานด้านการผลิตภาคการเกษตรได้เป็นอย่างดี

“นวัตกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานภาคการเกษตรได้นั้นเกษตรกรทำเองได้ไม่ยาก รวม 10 นวัตกรรมด้วยกัน เช่น ให้น้ำพืชด้วยระบบอัตโนมัติโดยใช้นาฬิกาตั้งเวลา เครื่องวัดอุณหภูมิในดิน และแอปพลิเคชันเพื่อเปิดปิดในการให้น้ำพืชที่ใช้ได้ทั้งในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าและพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีระบบเปิดเล้าไก่อัตโนมัติ การเปลี่ยนปั๊มน้ำธรรมดาให้เป็นปั๊มน้ำอัตโนมัติ โดยนวัตกรรมเหล่านี้จะใช้อุปกรณ์ในการผลิตที่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาดทั่วไป และมีราคาถูกมาก โดยขณะนี้ทางศูนย์ฯ ได้จัดทำเป็นเอกสารเรียบเรียงวิธีการในการผลิตและการนำไปใช้ ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถติดต่อขอได้ที่ศูนย์ฯ หรือสอบถาม 032-593-253” พันตำรวจเอกพันธ์ศักดิ์ สมันตรัฐ กล่าว

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปฏิบัติใช้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรดินและป่าไม้ รวมถึงเป็นสถานที่ถ่ายทอดวิชาการและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เหมาะสมตามภูมิสังคมให้แก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีอาชีพ มีรายได้ มีความสุขอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance