เมื่อ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ "ผู้อำนวยการ ศบค." ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้นำทัพ ยึดเอา "การแพทย์" เป็นธงนำเพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จนส่งผลให้ประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ ภายในประเทศ ทำให้ตัวเลขกลายเป็น "ศูนย์" ติดต่อกันมาถึง16 วัน

อีกทั้งได้มีการคลายล็อก เปิดไฟเขียวให้กิจกรรม และกิจการดำเนินการได้มาเป็นระยะ ๆ ผ่านไปถึงเฟสที่ 3 โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ และทีมโฆษก ศบค.เอง ต้องย้ำกับพี่น้องประชาชน อยู่หลายครั้งว่า "การ์ดอย่าตก"

และวันนี้ (12 มิ.ย.63)ต้องรอลุ้นว่า การประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นประธานนั้นจะมีการเคาะให้มีการคลายล็อก เฟสที่ 4 สำหรับกิจการและกิจกรรม ที่มีความเสี่ยงสูงด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะได้ข้อสรุปเรื่องการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ออกมาอย่างไร

เวลานี้แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ "การแพทย์" เป็นตัวนำ "การเมือง" เพื่อสะกดทุกความวุ่นวาย ไม่ให้รัฐบาลต้องเสียสมาธิ ไปกับเรื่องของการจัดสรรตำแหน่งภายในของพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงปัญหา "เก้าอี้ดนตรี" ในครม. ก็ตาม แต่กลับดูเหมือนว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐ เอง ไปจนถึง "พรรคร่วมรัฐบาล" อย่างพรรคประชาธิปัตย์ กลับปะทุขึ้นมาเป็นระยะๆ

อย่าลืมว่าการเคลื่อนไหวจากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งในแต่ละพรรค ล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับความต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง "ผู้บริหารพรรค" ก่อนที่จะ "ขยับ" ต่อไปยังการปรับเปลี่ยนเก้าอี้ "รัฐมนตรี" ใน ครม.เป็นช็อตต่อไป !

อย่างไรก็ดี การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องของการรับมือกับไวรัสโควิด ว่าจะให้มีการคลายล็อก เฟสที่ 4 รวมถึงการที่จะให้ยกเลิกเคอร์ฟิว หรือไม่ และอย่างไรนั้น ยังต้องไม่ลืมว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องคำนึงถึงความวุ่นวายทางการเมืองที่กำลังตั้งท่า รอจังหวะชุมนุมเคลื่อนไหวอยู่ที่ "นอกสภาฯ"

โดยกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ที่ตระเตรียมประเด็นร้อนๆ เอาไว้ "จี้ให้ตอบ" กับรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะก้าวหน้าเอง เพิ่งออกมายอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ยิงเลเซอร์ขึ้นตัวอักษร ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กระทรวงกลาโหม จนทำให้ "บิ๊กแดง"พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

ขณะเดียวกันได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยเฝ้าระวัง "มือดี" เพื่อป้องกันการยิงเลเซอร์ป่วนซ้ำ เพราะการตอบโต้ และโจมตีรัฐบาล ตลอดจนกองทัพ ในเชิงสัญลักษณ์ นั้นกำลังสร้างน้ำหนักให้รัฐบาลหนักใจไม่น้อย

ดังนั้นการคลายล็อกในเฟสที่ 4 รวมทั้งการยกเลิกเคอร์ฟิว ภายใต้การตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในฐานะผู้นำรัฐบาล และผอ.ศบค. จึงต้องประมวลทุกข้อมูล ก่อนที่จะประเมินข้อดี ข้อด้อย ว่าเลือกทางไหนจึงจะตอบโจทย์ การฟื้นฟูประเทศ หลังโควิด เพราะเวลานี้ สถานการณ์เศรษฐกิจ คือ "ตัวแปร" ที่มีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่ามิติอื่นๆ !