วันที่ 23 พ.ค.63 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าชุมชนดงบ้านผึ้ง ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ นายจันทร์ โต๊ะสิงห์ และนายพีระชัย วงษ์เลิศ ที่ปรึกษาป่าชุมชนดงบ้านผึ้ง พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ โถทอง อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านผึ้ง นายไพรัตน์ พรหมทา อายุ 45 ปี ส.อบต.บ้านผึ้ง หมู่ 14 และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ได้นำชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ 4 และหมู่ 14 บ้านผึ้ง จำนวนประมาณ 200 คน มารวมตัวชุมนุมกันเพื่อคัดค้านต่อต้านที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้พากันบุกรุกแผ้วถางป่าและใช้รถไถเกรดปรับพื้นที่ของป่าชุมชนแห่งนี้ เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตน เพราะพบหลักฐานว่าเป็นหลักเขตป่าชุมชนอย่างชัดเจน แต่ว่ามีการโค่นล้มต้นไม้ เผาป่าไถดิน เพื่อเตรียมปลูกพืชทางการเกษตร ขณะที่บริเวณใกล้กันพบว่ามีป่าที่ยังรกทึบมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นครัวของชาวบ้านมานานร่วม 100 ปีแล้ว ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าเนื้อที่ป่าชุมชนแห่งนี้ จำนวน 190 ไร่ มีการบุกรุกไปจำนวนทั้งสิ้น 26 ไร่ 3 งาน

นายไพฑูรย์ โถทอง อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านผึ้ง กล่าวว่า ที่พี่น้องพากันออกมาในครั้งนี้เพื่อปกป้องป่าชุมชนดงบ้านผึ้ง เนื่องจากมีการบุกรุกมาตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ที่ดิน และฝ่ายปกครอง อ.ราษีไศล มาทำการตรวจสอบแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ทำบันทึกข้อตกลงและจับกุมไปแล้วว่าให้ยับยั้งการกระทำก่อน เพื่อให้มีการตรวจสอบสิทธิ์พื้นที่บริเวณนี้ แต่กลุ่มคนที่บุกรุกไม่ยอมและยังคงรุกเผาป่าอย่างต่อเนื่อง อ้างว่ามีหลักฐานเป็น นส.3 จึงขอเรียกร้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกส่วนได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มชาวบ้านเข้ามาบุกรุกป่า พวกตนต้องการให้ป่าแห่งนี้เป็นสมบัติของชาวบ้านผึ้งและชาวตำบลหนองแคตลอดไป

นายไพรัตน์ พรหมทา อายุ 45 ปี ส.อบต.บ้านผึ้ง หมู่ 14 กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านผึ้งทั้ง 2 หมู่บ้าน สงสัยว่า การออกโฉนดหรือ นส.3 ชอบหรือไม่ นางบัวศรี ศิลารักษ์ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 4 บ้านผึ้ง ต.หนองแค กล่าวว่า ป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่ารกร้าง แต่ว่าเป็นป่าทึบ มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นครัวของชาวบ้านทั้งตำบลหนองแค ซึ่งจะพากันมาหาเก็บเห็ด หมากผีผ่วน หมากกล้วยน้อย เดือยไก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุนไพรต่าง ๆ จะมีเยอะมาก ชาวบ้านทั้งตำบลได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน การที่มาบุกรุกแบบนี้ ทำให้สภาพป่าชุมชนขาดความอุดมสมบูรณ์ เป็นการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ตนขอวิงวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเข้ามาดำเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนด้วย

เพียงฤทัย เกียรติชนนาวี/ศรีสะเกษ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน