เช้าของวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะ "แกนนำกลุ่มสามมิตร" และ "อุตตม สาวนายน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะ "หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ" ต่างต้องออกมาตอบคำถามถึงประเด็นการเมือง ที่เกิดข่าวล่า และร้อนแรง ว่า "กลุ่มสี่กุมาร" อันมี อุตตม อยู่ด้วย เตรียมที่จะทิ้งพรรคพลังประชารัฐ แล้วพากันไปตั้ง "พรรคใหม่"

นัยว่าเป็น "แผนสำรอง" ถ้า ที่สุดแล้ว "กลุ่มสี่กุมาร" จะต้องเป็นฝ่าย "พ่ายแพ้" สูญเสียเก้าอี้สำคัญในพรรค และในครม. ให้กับ "กลุ่มการเมือง" ฝั่งตรงข้ามที่ออกแรงเขย่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน !
ที่สุดแล้ว อุตตม ต้องออกมาปฏิเสธ พร้อมทั้งยืนยันว่าตนเองยังไม่ได้คิดจะไปไหน

" เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เชื่อว่า เป็นข่าวปล่อยเพื่อมุ่งหวังดิสเครดิตทางการเมือง โดยข้อเท็จจริงวันนี้ยังทำงานเต็มที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องดูแลการเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 อย่างเต็มที่เหมือนเดิม ยังไม่ได้ไปไหน

เรื่องตั้งพรรคใหม่ไม่เป็นความจริงเลย ผมขอปฏิเสธ ยังไม่ได้ไปไหน ยังทำงานตามเดิม" (20พ.ค.63)

อุตตม ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ "ข่าวปล่อย"เพื่อหวังดิสเครดิตกันทางการเมือง รวมทั้งยังตอกหมุดย้ำหัวตะปูว่า วันนี้ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะ รมว.คลัง ที่ต้องดูแลเรื่องการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ขณะที่ ตัวสุริยะ เองในฐานะที่เป็นแกนนำกลุ่มสามมิตร กลุ่มการเมืองที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มสี่กุมาร ก็ยังถูกถามในประเด็นเดียวกัน ระหว่างที่สุริยะ ยกคณะไปแจกเจล แอลกอฮอล์ ที่ย่านชุมชนคลองเตย โดยสุริยะ ยืนยันว่า เวลานี้ไม่เหมาะสมที่จะมาพูดกันเรื่องการเมือง เนื่องจากมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์เรื่องโควิด-19

แน่นอนว่าปฏิบัติการเปิดสงครามข่าวในลักษณะเช่นนี้ ยังจะมีต่อไป จนกว่าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งจะสมหวัง หรืออีกฝ่ายยอมล่าถอยแม้จะมีสัญญาณจาก "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะออกมาส่งเสียงปราม ไปหลายรอบแล้วก็ตาม

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับกลายเป็นว่านาทีนี้การต่อสู้ระหว่างกลุ่มการเมืองนั้นกำลังขึ้นอยู่กับการหาจังหวะดิสเครดิต อีกฝ่ายหนึ่ง สามารถสร้างน้ำหนัก และได้ผลจะแจ้งมากกว่า

เวลานี้ กลุ่มสี่กุมาร อันประกอบด้วย อุตตม , สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและในฐานะเลขานุการพรรคพลังประชารัฐ , สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อ.ว.) และกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ไร้ตำแหน่ง ในครม. ต่างกำลังรับมือกับการถูกรุกไล่ ทั้งในและนอกพรรคในคราวเดียวกัน

แต่ใช่ว่าที่ผ่านมา กลุ่มสี่กุมาร เองไม่ได้ตอบโต้ หรือ "เอาคืน" เพราะว่ากันว่าการเปิดประเด็น เปิดตัวละครว่ามี "ใคร"บ้างในพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้อง "ยึดเก้าอี้"ทั้งหัวหน้าพรรคและในครม. ก็มาจากการใช้วิธี "เกลือจิ้มเกลือ" จากกลุ่มสี่กุมาร เปิดหน้า ฝ่ายตรงข้าม ด้วยการใช้การปล่อยข่าวให้เกิดประโยชน์เช่นกัน

สถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายในพรรคพลังประชารัฐ จะยังคงยืนระยะไปจนกว่า จะถึงประชุมใหญ่ของพรรค แล้วมีการปรับโครงสร้าง เปลี่ยน "คณะกรมการบริหารพรรค" ชนิด "ยกแผง" และตามมาด้วยการยึดเก้าอี้ "รัฐมนตรี" ในครม.คืน ให้กับ "คนที่เคยอกหัก" ในการตั้งครม. "ประยุทธ์2/1" นั่นเอง !

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน