คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภาลงพื้นที่ตลาดบ่อบัว จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบ กรณีร้องเรียนเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้หน่วยงานของรัฐเสียหายและประชาชนเดือดร้อน

วันนี้ 19 พ.ค. 2563 เวลา 11.00 น. คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา โดย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมาธิการฯ ได้มอบหมายให้ นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ประธานอนุกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสอบกรณีการเรียกร้องเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้เอกชนทำให้หน่วยงานของรัฐเสียหายและประชาชนได้รับความเดือดร้อน

โดยเมื่อปี พ.ศ.2539 การรถไฟฯ ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดำเนินการจัดหาผลประโยชน์บริเวณที่หยุดรถแปดริ้ว กับ หจก.บ่อบัวพัฒนา (ผู้เช่า) เพื่อปลูกสร้างอาคารมีกำหนด 5 ปี แต่ผู้เช่าไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ตามที่สัญญาเช่ากำหนดไว้ แต่กลับเก็บค่าแผงขายของจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบ่อบัว ทั้งที่อาคารตลาดและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบตลาด ได้มีการปลูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2527 ต่อมาการรถไฟฯ ได้บอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 และมีการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว กลับมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ให้ผู้เช่ารายเดิมได้รับสิทธิในการเข้าทำสัญญาเช่าฉบับใหม่ โดยให้ชำระค่าเสียหายเพียงจำนวนเล็กน้อย ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป โดยชำระให้ทันทีในวันสัญญาฉบับใหม่

แต่ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์2553 จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2557 รวมระยะเวลา 3 ปีกว่า กลับไม่มีการทำสัญญาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่กลับปล่อยให้ผู้เช่าเข้าไปเก็บผลประโยชน์ค่าแผงขายของในตลาดบ่อบัวเหมือนเดิม ต่อมาปรากฏว่า มีการทำสัญญาฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2557 มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 เพื่อปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ จำนวน 178 คูหา อาคารตลาดและแผงขายของ 160 แผง ลานคนเดิน และลาดจอดรถ 250 คัน แต่ในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ซึ่งคาดหมายได้ว่าการก่อสร้างจะไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเช่า การรถไฟฯ กลับอ้างเหตุ “เนื่องจากผู้บุกรุกในพื้นที่เช่าจำนวนมากเป็นเหตุให้มีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่ตามสัญญาดังกล่าวไว้” จัดทำบันทึกขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี 2 เดือน 14 วัน เป็นกำหนด 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2558 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2563 ทั้งที่สัญญาเช่าข้อ 7

และมติคณะกรรมการรถไฟฯ ครั้งที่12/2552 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ได้กำหนดเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ หจก.บ่อบัวพัฒนา หากก่อสร้างไม่เสร็จต้องทำการริบหลักประกันสัญญาและบอกเลิกสัญญาเช่า แต่กลับไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด การกระทำของเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกรณีดังกล่าวย่อมเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐทางการรถไฟฯ ได้รับความเสียหายจากเงินค่าแผงขายของที่สมควรจะต้องได้รับ เพราะมีการเก็บเงินมากว่า 24 ปีแล้ว แต่ไม่มีการก่อสร้างปรับปรุงตลาดแต่อย่างใด
คณะกรรมาธิการฯ จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ ว่า มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหายตามที่ได้มีการร้องเรียนหรือไม่ต่อไป

ชวลิต ด้วงเงิน/ฉะเชิงเทรา