นายอัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานบริหารกลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า ทางกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้เพิ่มมาตรการการป้องกันด้านสุขอนามัย เพื่อรักษาสุขภาพของผู้โดยสารและพนักงาน รวมถึงจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อพาผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งให้โดยพนักงานจะสวมใส่ชุด PPE (Personal Protective Equipment) และปรับขั้นตอนการบริการเพื่อลดการสัมผัสระหว่างผู้โดยสารและพนักงานระหว่างเที่ยวบิน

นอกจากมีมาตรการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยสูงสุดแล้ว ทางพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะใส่ชุดเครื่องแบบไว้ด้านในและสวมชุด PPE ทับด้านนอก รวมถึงใส่แว่นตาป้องกัน ถุงมือและหน้ากากอนามัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป ทางสายการบินฯ ได้ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะใช้บริการ โดยแนะนำให้นำอุปกรณ์มาเองเพื่อความสะดวกสบาย

พร้อมกันนี้ทางสายการบินฯ ได้ประกาศใช้วิธีการป้องกันอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ในชั้นธุรกิจจะเสิร์ฟอาหารบนถาดแทนการจัดโต๊ะตามปกติและแจกอุปกรณ์ช้อนส้อมโดยห่อเป็นชุดเพื่อลดการสัมผัสระหว่างพนักงานและผู้โดยสาร ส่วนในชั้นประหยัด อาหารและอุปกรณ์ต่างๆจะเสิร์ฟแบบปิดมิดชิดเช่นเดิม นอกจากนี้จะติดตั้งขวดเจลล้างมือบริเวณห้องครัวสำหรับทั้งผู้โดยสารและพนักงาน และปิดบริการพื้นที่ส่วนกลางตามนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น เลานจ์บนเครื่องบิน ขณะที่ ผู้โดยสารชั้นธุรกิจที่เดินทางในที่นั่งแบบ Qsuite จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยผนังกั้นและประตูเลื่อนปิดมิดชิด อีกทั้งยังสามารถกดเลือกปุ่ม Do Not Disturb (DND) ที่อยู่บริเวณแผงควบคุมข้างที่นั่ง หากต้องการลดการมีปฏิสัมพันธ์กับพนักงาน

ทั้งนี้ นายอัคบาร์ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันกาตาร์ แอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวนมากที่สุดกว่า 30 เส้นทางทั่วโลกและตั้งเป้าเพิ่มเส้นทางกลับมาได้อีกใน 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งมาตรการด้านสุขอนามัยสูงสุดที่นำมาใช้ปฏิบัตินี้จะช่วยให้ดำเนินการตามเป้าหมายได้สำเร็จไปได้ด้วยดี อย่าง การทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในห้องโดยสาร ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผ่านการรับรองจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด (HIA) ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการบินของกาตาร์ แอร์เวย์ส จะใช้หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อปล่อยแสง UV-C อัตโนมัติเพื่อกำจัดจุลินทรีย์เชื้อโรค

นอกจากนี้ เครื่องบินของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์สได้ติดตั้งระบบกรองอากาศที่ทันสมัยที่สุด โดยมีอุปกรณ์ไส้กรอง HEPA ฟิลเตอร์ที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้สูงถึง 99.97% ป้องกันการแพร่เชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ได้ทำความสะอาดหมอนผ้าห่ม ผ้านวม ด้วยการซักล้างและอบแห้งผ่านแรงดันด้วยอุณหภูมิสูงที่กำจัดจุลินทรีย์เชื้อโรค หูฟังมีการนำที่ครอบไปทำความสะอาดหลังสิ้นสุดเที่ยวบิน อุปกรณ์ทุกชิ้นจะถูกแพ็คใหม่จากพนักงานที่สวมชุดและถุงมืออนามัยในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ขณะที่อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารทุกชิ้นได้รับการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และล้างด้วยน้ำบริสุทธิ์อุณหภูมิสูงที่ผ่านการขจัดสิ่งแปลกปลอมเพื่อกำจัดแบคทีเรีย

ส่วนพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทุกคนจะผ่านการฝึกฝนวิธีลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ และจะต้องสแกนผ่านกล้องตรวจจับอุณหภูมิความร้อน (Thermal Screening) ก่อนและหลังปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยจะต้องรับการกักตัวและตรวจหาเชื้อ หากเพื่อนร่วมงานหรือผู้โดยสารแสดงอาการที่เข้าข่ายหรือยืนยันมีการติดเชื้อ

อีกทั้ง กาตาร์ แอร์เวย์ส ยังได้ปรับการบริหารจัดการพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยจัดพนักงานเป็น 2 กลุ่มสำหรับเที่ยวบินระยะสั้นและระยะกลาง ให้กลุ่มแรกปฏิบัติงานเที่ยวบินขาออกและกลุ่มหลังปฏิบัติงานเที่ยวบินขาเข้า ส่วนเที่ยวบินระยะยาวที่ต้องพักค้างคืน พนักงานจะต้องจำกัดบริเวณอยู่ในโรงแรมที่พักและสามารถเดินทางได้ด้วยยานพาหนะที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้นเพื่อลดการสัมผัสทางกายภาพกับผู้อื่น

สำหรับผู้โดยสาร ทางสายการบินฯ จะพยายามใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยเฉพาะในเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารน้อยและระหว่างรอขึ้นเครื่อง รวมถึงแนะนำให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามข้อบังคับด้านสุขอนามัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) เช่น ล้างมืออย่างสม่ำเสมอและไม่สัมผัสบริเวณใบหน้า

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน