นับเป็นความพยายาม ของ "ฝ่ายตรงข้าม" กับ "รัฐบาล"อย่าง "คณะก้าวหน้า" ที่ออกมายอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมยิงแสงเลเซอร์ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยข้อความ " ตามหาความจริง" แต่ดูเหมือนว่าที่สุดแล้ว จะเป็นได้แค่เกมสร้างความปั่นป่วน แต่ไม่ส่งผลกระทบเกิดเป็น "คลื่นลม" อย่างใดอย่างหนึ่งตามมา !

ล่าสุดมีความชัดเจน จาก "พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถระบุความผิดได้ชัดเจน

"เบื้องต้น จะเป็นลักษณะความผิดส่วนบุคคลเกี่ยวกับการทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ไม่ใช่ความผิดต่อรัฐ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้" (18พ.ค.63)
ขณะเดียวกัน "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามจากสื่อต่อกรณีดังกล่าวว่าฝ่ายความมั่นคง คงไม่ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ ทำทุกอย่างไปตามปกติ ตามขั้นตอนการรักษาความสงบ

" ไม่รู้ว่าเคลื่อนไหวจะเป็นสัญลักษณ์แบบไหน เพราะหากจะเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ แบบไม่ผิดกฎหมายก็สามารถทำได้ ถ้าผิดกฎหมายก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่จะทำก็ต้องศึกษากฎหมายว่าทำได้หรือไม่" (18พ.ค.63)

แน่นอนว่าการวางไทม์มิ่ง การจัดกิจกรรมทางการเมืองของคณะก้าวหน้า โดยหวังว่าจะใช้ห้วงเวลาของการรำลึกเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในอดีต ในปี 2553 ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงขึ้นมากดดันรัฐบาลที่มาจาก "ทหาร" โดยหวังว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร ไม่มากก็น้อย
แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า คณะก้าวหน้า ที่แปรขบวนมาจาก "พรรคอนาคตใหม่" กำลังเดินเกมผิดที่ ผิดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน นี่อาจกลายเป็น "เงื่อนปม" ที่ลามเข้าไปมัดรวมเอา "พรรคก้าวไกล" ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย หรือไม่ ?

ยิ่งเมื่อการยิงเลเซอร์ตามสถานที่ต่างๆ โดยมีแกนนำของคณะก้าวหน้าออกมายอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ยังเกิดเป็น ความเชื่อมโยงตามมา เมื่อปรากฎว่า "แกนนำพรรคก้าวไกล" ยังออกมาทำกิจกรรมภายใต้แฮชแท็ก ตามหาความจริง เหตุการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมเดือน พ.ค. 2553 ในสื่อโซเชียล

นั่นหมายความว่า ระหว่างความเชื่อมโยง ของ "แกนนำคณะก้าวหน้า" กับ "พรรคก้าวไกล" อาจถูก "ผู้หนึ่งผู้ใด" ร้องให้มีการตรวจสอบว่าเข้าข่าย การควบคุม การชี้นำ ไปจนถึงการครอบงำทางการเมืองกันด้วยหรือไม่

และที่สำคัญไปกว่านั้นอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 ที่ระบุว่า พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ซึ่งมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคตามมาตรา 92

แต่ดูเหมือนว่า "ฝ่ายความมั่นคง" และรัฐบาลเอง จะไม่ลงมาเล่นเกมนี้ด้วยตนเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเวลานี้ ต้องไม่ลืมว่า ทั้ง "บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่" ต่างเผชิญกับ "ศึกใน" การแย่งชิงตำแหน่ง -เก้าอี้รัฐมนตรี ระหว่างกลุ่มก๊วนการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ อย่างต่อเนื่อง

ไหนยังจะต้อง "ตรึง" ให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ "การ์ดตก"เมื่อรัฐ ตัดสินให้มีการคลายล็อค ในระยะที่ 2 แถมล่าสุด การแก้ปัญหาการบินไทยที่เผชิญกับภาวะขาดทุนล้มละลาย จนมาถึงสุดทางที่ต้องหาทางผ่าตัดใหญ่ ภายใต้แรงกดดันทั้งในและนอกการบินไทย อย่างมหาศาล

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ จึงทำให้เกมป่วนเมืองของฝ่ายตรงข้าม จึงไม่อาจกระทบใจของ "บิ๊กทหาร"ในรัฐบาลได้ตามที่หวังเอาไว้ แต่ต่อจากนี้ จะเกิดรายการ "เช็คบิล" เพื่อให้เดินไปสู่การ "เอาคืน" ไปยังคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลหรือไม่ ยังต้องรอลุ้นกันต่อ ! ?

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน