สถาพร ศรีสัจจัง

และแล้วสิ่งที่เรียกว่า “อเมริกัน สไตล์” ก็ได้รับการเปิดเผยอย่างล่อนจ้อนจาก “ตัวแทน” ใหญ่ (Big Representative) คือชายผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ( Mr.Donald John Trump) ซึ่งมีสถานะเดิมคือ นักธุรกิจใหญ่, พิธีกรรายการโทรทัศน์, นักแสดงรับเชิญ และ ฯลฯ

การเปิดเผยอย่างล่อนจ้อนดังกล่าวคือ วาทกรรม “America first !” ที่น่าจะพอแปลเป็นไทยได้แบบกล้อมแกล้มว่า “อเมริกาต้องมาก่อน !” นั่นแหละ!

ฟังแล้วนึกถึงเพลงเพื่อชีวิตบางเพลงที่เคยฮิต ชื่อ “อเมริกา-อเมริโกย” ของ “พี่แอ๊ด คาราบาว” ขึ้นมาตะหงิดๆเชียวแหละ!

ที่ว่าเผยตัวตนความเป็นอเมริกาให้เห็นอย่างล่อนจ้อนก็คือ ความเห็นแก่ตัว! ความไม่เป็นสากลนิยม! หรือถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือ “ความใจดำ!”

ใจดำ คือเห็นเพียงเพื่อประโยชน์ตัวเองไว้ก่อน!

ในแง่นี้ ย่อมเป็นที่น่าสงสัยยิ่งว่า วิสัยทัศน์ของผู้นำอเมริกาคนปัจจุบันคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่าจะต้องทำให้อเมริกามีฐานะทางเศรษฐกิจการเงิน และการทหารที่เข้มแข็งมั่นคงอย่างถึงที่สุดก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถรักษา “ความมีอิทธิพล” (ต่อโลกมนุษย์) แบบอเมริกา (คือความเป็นจักรวรรดินิยมหรือ “Imperialism” แบบอเมริกา) เอาไว้ได้

โดยไม่เคยคำนึงว่า ราษฎรชั้นล่างของตัวเอง (แม้จะโฆษณาให้ตายยังไงว่าสังคมอเมริกาไม่มีชนชั้น แต่คนชั้นล่างที่ถูกวัดด้วยเกณฑ์ทางเศรษฐกิจ การเงิน ก็เห็นได้ชัดๆอยู่ละน่า..) จะมีศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ที่ต้องสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ในส่วนอื่นๆของโลกแบบไม่รู้สึกละอายใจได้อย่างไร เกี่ยวเรื่อง “มนุษยธรรม” และความเป็น “สากลนิยม”?

มีอเมริกันคนไหนบ้างหนอ? ที่กล้าชูคอพ่นเสียงดังๆอย่างภาคภูมิว่า การคิดการแสดงออกแบบนายทรัมป์นี่แหละ คือ “อเมริกัน สไตล์” !

ปรากฏการณ์ของ “โควิด- 19” เหมือนจะมีส่วนอย่างสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ช่วยยืนยันว่า ความคิด
“อเมริกัน สไตล์” แบบนายทรัมป์ น่าจะเป็นความคิดแบบเฮงซวยและอัปมงคลแม้ต่อชาวอเมริกันเอง!

ภาพปรากฏจากการบริหารประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดใหญ่ “โควิด-19” ภายใต้การบัญชาของนายทรัมป์วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

บันทึกไว้ได้เลยว่า เมื่อถึงวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ชาวอเมริกันคือผู้ที่ติดเชื้อมากที่สุดในโลก(เป็นพาหะแพร่เชื้อมากที่สุดในโลกด้วย?) คือประมาณไม่น้อยกว่า 1 ล้าน 3 แสนคน/ และแน่นอน ชาวอเมริกันก็กลายเป็นแชมป์แห่งการตายจากโรคระบาดที่ชื่อโคโรนาหรือ “โควิด-19” ชื่อเรียกตามคำประกาศขององค์การอนามัยโลก( WHO) ที่นายทรัมป์ประกาศตัดขาดไม่ขอสังฆกรรมด้วยแล้วนั่นแหละ! )ไปพร้อมๆกัน!

คือมีคนตายเพราะโรคนี้รวมแล้วกว่า 8 หมื่นคน!!

เมื่อจนแต้มหนักๆเข้า เพราะโลกทั้งโลกกำลังจับตาจ้องมองปรากฏการณ์ “อเมริกันตาย” (ตาย/ไม่ใช่ “สไตล์”) ด้วยความรู้สึกอเนจอนาถใจในชะตากรรมของประชาชนใน “ประเทศอภิมหาอำนาจ” ที่มีผู้นำสติเฟื่องมุ่งชู “อเมริกา เฟิร์ส” (เอาเงินและอำนาจก่อนชีวิตคน!) จนทำให้คนในประเทศต้องล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง!

แทนจะทำหน้าที่ “ผู้นำโลก” อย่างที่ตัวเองต้องการเป็น นายทรัมป์กลับมีความคิดแบบกีดกันและอคติต่อชนชาติอื่น หรือประเทศอื่นอย่างออกหน้าออกตา ประกาศอย่างชัดเจนว่า รัสเซียและจีนคือคู่แข่งที่จะมาแย่งอำนจากจากการเป็นผู้นำโลกไปจากอเมริกา จึงปลุกลัทธิ “คลั่งชาติอเมริกา” (อเมริกัน สไตล์?) อย่างเอาเป็นเอาตาย และคงคิดว่าความคิดเช่นนี้คงเป็นแนวทางแห่งความสำเร็จของตน เพราะทำให้ชนะเลือกตั้งในการเลือกประธานาธิบดีเมื่อครั้งก่อนมาแล้ว

แต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาล่างกลางเทอมของเมริกาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประชาชนก็เริ่มสั่งสอนเขาแล้ว เพราะพรรคคู่ต่อสู้คือพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะเหนือเขาโดยได้คะแนนเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง อันจะมีส่วนอย่างสำคัญต่อการทำงานของเขาในวันเวลาเบื้องหน้า

อาจกล่าวได้ว่า จากปรากฏการณ์ “โควิด-19” น่าจะมีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้ “แนวคิด” เรื่อง “อเมริกัน สไตล์” ของนายทรัมป์ ถูกเปิดโปงอย่างล่อนจ้อนให้ชาวโลกได้เห็นมากยิ่งขึ้น เพราะเกิดภาพ เช่น การนำกฎหมายสงครามมาใช้เพื่อปิดกั้นการพึ่งพิงของชาวโลกในเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอีกหลายเรื่อง

ช่างตรงกันข้ามกับนโยบายที่แสดงถึงความเป็น “สากลนิยม” ของนาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งประเทศสาธารรัฐประชาชนจีน ที่กล่าวอย่างชัดเจนว่า “จีนยึดมั่นในแนวคิดการร่วมอนาคตของมนุษยชาติ จีนรับผิดชอบในความปลอดภัยแห่งชีวิตและสุขภาพอนามัยในประเทศตน และขอรับผิดชอบภารกิจสาธารณสุขของประชาชนทั่วโลกด้วย...”

แต่ “อเมริกัน สไตล์” แบบนายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับกล่าวโทษและปัดสวะไปให้คนอื่นโดยตลอด เฉพาะกรณีเรื่อง “โควิด-19” ก็ซัดกระหน่ำด่าว่าแต่จีนและองค์การอนามัยโลก ต่ำช้าถึงขนาดเรียกโรคนี้อย่างไม่ละอายมโนธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ ว่า “Chinese virus”!

ช่างเป็น “ American style” แบบ “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง” ชนิดน่าโห่ไล่ลงจากเวทีโลกซะทีเสียจริงๆ ถามฝากไปสักคำเถอะ อเมริกันชนทั้งหลาย วันนี้พวกท่านยังคงสบายกันดีอยู่เหรอจ๊ะ?!!!!