น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำพรรคก้าวหน้า เปิดเผยถึงแคมเปญพฤษภา35/53และ#ตามหาความจริงรวมถึงที่มีการยิงเลเซอร์ข้อความต่างๆ ตามสถานที่ราชการและสถานที่สาธารณะ ว่า เนื่องจากเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่สำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองในประเทศไทย โดยมีการสังหารหมู่ประชาชนเกิดขึ้นถึง 2 ครั้งในเดือนนี้ คือ พฤษภาทมิฬปี 35 และการสลายการชุมนุมพฤษภาคมปี53 ซึ่งก็ครบรอบ 10 ปีที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้เบื้องต้นอยากทำความจริงให้ปรากฏ เพราะคนรุ่นหลัง ส่วนน้อยอาจจะไม่ทราบ หรือไม่เข้าใจการเมืองในยุคก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นี่จะเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับคนที่สูญเสีย และนำตัวผู้กระทำความผิด มาสู่กระบวนการยุติธรรม นี่คือที่มาของแฮ็ชแท็กตามหาความจริง เราไม่ได้สถาปนาชุดความจริงขึ้นมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากที่มีการยิงเลเซอร์ข้อความ ตามที่ต่างๆแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จ มีคนตามหาว่าคืออะไร มีคนแชร์ประสบการณ์ต่างๆมากมาย

สำหรับ การยิงเลเซอร์เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแคมเปญเท่านั้น หลังจากนี้จะมีการทยอยปล่อยข้อมูล และสารคดีต่างๆออกมา จะเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับพฤษภาทมิฬ 35 และพฤษภา 53 โดยไฮไลท์ จะมีการฉายหนังออนไลน์ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-20 พฤษภาคมนี้ และในวันที่ 19 พฤษภาคมรวมถึงจะมีการจัดเสวนาออนไลน์ ซึ่งจะมีการพูดถึงวัฒนธรรมคนผิดลอยนวล ,การปฏิรูปกองทัพเมื่อไหร่จะสำเร็จในประเทศไทย ,เมื่อไหร่ครอบครัวของผู้สูญเสียจะได้รับการเยียวยา และเมื่อไหร่จะได้พบเจอความจริง เป็นต้น

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีความที่อาจจะถูกดำเนินคดีได้นั้นมีความกังวล ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปละเมิดประชาชน แม้แต่รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผิดข้อหาอะไร ส่วนตัวอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าคณะก้าวหน้าเป็นคนเริ่มแคมเปญนี้ หากต้องการจะที่จะดำเนินคดีทางกฎหมาย ก็มาเอาผิดที่คณะ หากหาข้อหาเอาผิดได้และ ไม่มีอะไรที่จะต้องดิสเครดิตรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือยอมรับความจริง ไม่เช่นนั้น ทุกคนจะเหมือนอยู่ในประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย