แสงไทย เค้าภูไทย

เสียงเรียกร้องให้เปิดเมืองยิ่งนานยิ่งดัง เพราะจำนวนคนฆ่าตัวตายมีแทบทุกวัน แซงหน้าคนตายด้วยโควิด -19 เหตุจากตกงาน อดอาหาร กรุงเทพฯ จำนวนผู้ป่วยลดลงจนไม่พบผู้ป่วย จึงน่าจะระดมตรวจแบบเอกซเรย์ทุกเขตเพื่อตัดสินใจเปิดเมืองเป็นเขตๆ

จำนวนคนฆ่าตัวตายนั้น ที่น่าตกใจคือ เพิ่มจากวันละคนเป็น 2 คนแล้วเมื่อวันจันทร์

ความที่เป็น “มหานคร” ทำให้แต่ละเขตของกรุงเทพฯ 10 เขตมีพื้นที่ และ จำนวนประชากรเทียบเท่าจังหวัดขนาดเล็กได้แทบทุกเขต

ความหนาแน่นของประชากรทั้งตามทะเบียนบ้านและประชากรแฝงที่มาจากต่างจังหวัดเพื่อทำงาน ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็นแหล่งงานหนาแน่นที่สุดในประเทศทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากที่สุด

ทั้งด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อในพื้นที่และตัวเลขผู้ป่วยส่งต่อมาจากต่างจังหวัด เหตุกรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีความพร้อมด้านเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์

การตรวจวัดและคัดกรองผู้ติดเชื้อแบบเอกซเรย์ทุกหลังคาบ้านรวมถึงสถานพักพิงของคนไร้บ้าน จะช่วยให้ได้ทราบข้อเท็จจริงว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อจริงๆเท่าใด เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อนำไปพิจารณาว่า เขตหรือพื้นที่ไหนสมควรเปิดเมือง

ที่ใช้คำว่าเปิดเมือง นำมาจากคำว่า Reopen ที่ฝั่งอเมริกาและยุโรปใช้กัน มีความหมายถึงการยกเลิกมาตรการ stay-at-home หยุดอยู่กับบ้าน และการปิดสถานบริการ ร้านค้า กิจการที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ

การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นสาเหตุหลักมาจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่เป็นพาหะ โดยเฉพาะการติดเชื้อภายในบ้านซึ่งมีจำนวนถึง 23% ของจำนวนผู้ติดเชื้อ

โดย 60% ของผู้ป่วยได้รับเชื้อจากสมาชิกในบ้านที่ออกไปนอกบ้าน ไปทำงาน ไปสังสรรค์ ไปในที่ชุมนุม เช่น รับแจกของ ไปจับจ่ายซื้อหา ฯลฯ

แต่ขณะนี้ ชาวกรุงเทพฯเริ่มมีวินัยกันมากขึ้น ระวังตัวและป้องกันตัวกันดีขึ้น จนทำให้จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสลดลงเป็นลำดับจนเป็น 0

อย่างไรก็ดี การแจกอาหาร แจกสิ่งของ ทำให้คนไทยเสียวินัย ไม่ทิ้งระยะห่างระหว่างบุคคล หรือ บางแห่งถึงกับเบียดเสียดแย่งเงินแจก แย่งสิ่งของที่นำมาแจก

ช่วง 1-18 เมษายน สถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากอย่างน่ากลัว ตัวเลขที่พุ่งขึ้นมาจากชาวไทยมุสลิมที่กลับจากร่วมพิธีทางศาสนาที่อินโดนีเซียเข้ามา 76 คนติดเชื้อถึง 42 คน

ล่าสุด ชาวต่างด้าวทำตัวเลขผู้ติดเชื้อกระโดดเป็น 53 คนจาก 15 คนวันก่อนหน้า โดยเป็นคนไทยแค่ 11 คนเท่านั้น

แต่หลังจากกักกันชาวต่างด้าวติดเชื้อแล้ว ตัวเลขกลับมาเป็นระดับ 10 ต้นๆ และลดลงใต้ 10 คือ 9 คนเมื่อวันจันทร์โดยกรุงเทพฯเป็น 0

หากยืนตัวเลขนี้ได้จนถึงสิ้นเดือน กรุงเทพฯก็น่าจะ Reopen ได้ในบางเขต

แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการแจกสิ่งของ แจกเงิน แจกอาหาร ที่การจัดระเบียบผู้รับแจกยังหละหลวม

โดยเฉพาะช่วง 1-18 เม.ย. ที่วัดดอนเมืองที่คนนับพันๆคนเข้าแถวแบบเดินหายใจรดต้นคอกัน จนถึงโต๊ะแจกก็มีการเบียดเสียดแย่งชิง

เป็นความเสี่ยงที่จะเพิ่มตัวเลขจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ ที่ต้องรอดูระยะฟักตัวนับจากวันแจกเป็นเวลา 14 วัน 2 ช่วง ซึ่งน่าจะถึงราววันที่ 2 พ.ค.-5 พ.ค.นี้

ถ้าไม่มีใครติดเชื้อ หรือติดไม่กิน 10 คนซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่า ควบคุมได้ ก็น่าจะพิจารณา “เปิดกรุงทพฯ” ได้

การปิดเมือง ด้วยมาตรการ ล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวมีผลดีต่อการลดความเสี่ยงจากการสัมผัสระหว่างคนต่อคน

แต่ก็มีข้อเสีย คือกิจการปิด ทั้งด้วยคำสั่งรัฐบาลและด้วยไม่มีลูกค้าออกมาจับจ่ายซื้อหา ใช้บริการ ทำให้มีการปลดลูกจ้าง ตัวเลขตกงานนับวันแต่จะเพิ่ม

รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แม้จะมีมาตรการจ่ายเงินเยียวยารูปแบบต่างๆ แต่คนที่เข้าถึงเงินเยียวยานั้น แม้จะดูมาก เป็นล้านๆคน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เดือดร้อนถึงขั้นฆ่าตัวตาย

การที่ มีการกล่าวอ้างว่า หากเปิดเมืองแล้วคนไทยกลับมาป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 2nd wave จนทำให้ผลงานควบคุมการแพร่ระบาดกลับมาเป็น 0 ต้องกลับมาตั้งต้นกันใหม่

คงไม่คิดว่า ถ้าปิดเมืองนานเกินไป คนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นผลงานควบคุมใช่แต่จะกลับเป็น 0 เท่านั้น

หากแต่จะติดลบด้วยจำนวนคนฆ่าตัวตาย มากกว่าจำนวนคนตายจากการติดเชื้อโควิด-19