นายเซบาสเตียน บาแซ็ง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์ กล่าวถึง ผลกระทบจาก โควิด-19 ต่อธุรกิจโรงแรม ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมเนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19ไปในทุกทวีป จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งขณะนี้ยังมีความชัดเจนไม่เพียงพอที่บริษัทจะสามารถประเมินผลกระทบที่ส่งผลต่อการดำเนินงานและฐานะทางการเงินในปีงบประมาณ 2563โดยไตรมาสแรกแอคคอร์ประมาณการว่า EBITDA จะลดลง 170 ล้านยูโร จากการปิดให้บริการของโรงแรมในเครือจำนวนมากในช่วงเดือนมีนาคม 2563

อย่างไรก็ตามมาตรการประหยัดต้นทุนที่เกิดขึ้นปลายเดือนมีนาคมได้มีส่วนช่วยในการส่งผลทางบวก และจะส่งผลที่ชัดเจนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้แก่ ห้ามการเดินทาง ระงับการจ้างงานชั่วคราว ลดชั่วโมงการทำงาน และ /หรือ การพักงานสำหรับ 75% ของทีมงานในสำนักงานใหญ่ ในไตรมาสสอง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารและทั่วไป (G&A) ลดลงอย่างน้อย 60 ล้านยูโร ในปี 2563

พร้อมกันนี้ยังได้ทบทวนแผนการลงทุนประจำปี 2563 ส่งผลให้รายจ่ายเพื่อการลงทุนขยายธุรกิจ (Capital Expenditure) ลดลงอย่างน้อย 60 ล้านยูโร การลดต้นทุน (เช่น การขาย การตลาด ไอที และอื่นๆ) เพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลง โดยคาดว่าเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมจะเป็นเดือนที่ได้รับผลกระทบที่สุด เนื่องจากอัตราการเข้าพักมีจำนวนที่ต่ำมากและจากความไม่แน่นอนของระยะเวลา การผ่อนผันการล็อคดาวน์ รวมถึงการเปิดพรมแดน อย่างไรก็ตามบางประเทศได้ส่งสัญญาณในเชิงบวกแล้ว โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เริ่มมีการฟื้นตัวเป็นแห่งแรก ซึ่งปัจจุบัน บริษัทยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสภาพคล่องทางการเงินกว่า 2.5 พันล้านยูโร ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกถอน 1.2 พันล้านยูโร

อีกทั้งจากการปรึกษาหารือกับผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่ม แอคคอร์ ได้ตัดสินใจจัดสรรเงินจำนวน 25% ของเงินปันผลที่วางแผนไว้ (70 ล้านยูโร) เพื่อเปิดตัวกองทุน ALL Heartist Fund ช่วยเหลือพนักงานและพาร์ทเนอร์รายย่อยที่ได้รับผลกระทบทางการเงิน โดยจะพิจรณาตามแต่ละกรณี รวมถึงเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และชุมชนท้องถิ่นในช่วงวิกฤติการณ์ครั้งนี้

สำหรับรายได้รวมในไตรมาสแรกปี 2563 อยู่ที่ 768 ล้านยูโร ลดลง 17.0% ตามรายงานและลดลง 15.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน RevPAR ลดลง 25.4% สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกโดยเริ่มจาก เอเชียแปซิฟิก -33.7% ไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั้ง ยุโรป -23.2% และ อเมริกาเหนือ -22.2%

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงในเชิงการควบรวมกิจการ (การเข้าซื้อและขายกิจการ) มีผลกระทบเชิงทางลบ คิดเป็นมูลค่า -7 ล้านยูโร โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการจำหน่ายโรงแรมสัญญาเช่าซื้อในแบรนด์ Mövenpickส่วนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบทางลบ คิดเป็นมูลค่า -4 ล้านยูโร จากสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นหลัก (-4.2%) ชดเชยด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (+ 3.0%)

ซึ่งในไตรมาสแรกปี 2563 แอคคอร์ได้เปิดโรงแรมทั้งหมด 58 แห่ง รวมเป็นจำนวนห้องพัก 8,000 ห้อง จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2563 ทางบริษัทมีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้น 746,903 ห้อง (5,085 โรงแรม) และมีโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทั้งสิ้น 208,000 ห้อง (1,202 โรงแรม) โดย 76% อยู่ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) จนถึงวันที่ 22 เมษายน 2563 จำนวนห้องพัก 62% ของโรงแรมในเครือได้ทำการปิดให้บริการ คิดเป็นจำนวนกว่า 3,100 หน่วย