ดร.วิชัย พยัคฆโส
payackso@gmail.com

ด้วยพลังน้ำใจจากคนไทยด้วยกันหลั่งไหลเข้าสู่สถานพยาบาลและประชาชนที่ตกทุกข์และยากไร้ โดยเฉพาะน้ำพระทัยจากในหลวง ร.10 และพระราชินี ได้ทรงเมตตาบริจาคอุปกรณ์การแพทย์และข้าวของเครื่องใช้แก่ประชาชนตามชุนแออัดต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวไทย

ในยุคเดือดร้อนเช่นนี้ คนไทยไม่แล้งน้ำใจ ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือพึ่งพาอาศัยกันจนทำให้ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง รอวันใหม่ที่รัฐจะเปิดบ้านให้แก่ประชาชนใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม ฟังได้ความว่า ส.ว.จะช่วยกันสละเงินเดือนๆละ 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือและสมทบกับรัฐบาลอย่างน้อยได้เดือนละ 15 ล้านบาทก็พอ สนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ได้ระดับหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นการเสียสละเงินของประชาชนในยามที่ไม่มีการประชุมลงไปได้ เป็นประโยชน์ต่อการสาธารณสุขไทย ต้องขอขอบคุณบรรดาท่าน ส.ว. ทั้งหลายที่ล้วนแล้วแต่ไม่ค่อยจะมีความเดือดร้อนเท่ากับประชาชน

ในขณะที่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนแพ็กใหญ่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ได้แก่ พ.ร.ก.ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยออกซอฟท์โลนดูแลเอสเอ็มอี 5 แสนล้านบาท พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงินอีก 4 แสนล้านบาทแล้ว รัฐบาลยังต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจอีก 1 ล้านล้านบาท

สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 6 แสนล้านบาท จะนำไปเยียวยาประชาชน เพิ่มเติมให้ครบ เช่น เยียวยาเกษตรกรและการสาธารณสุข แม้ว่าจะน้อยแต่เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้เกือบทุกกลุ่ม

อีกส่วนหนึ่งจำนวน 4 แสนล้านบาท จะนำไปสร้างส่วนเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับพื้นที่ถึงการจ้างงานเพื่อลดความแห้งแล้งและภัยแล้งที่คืบคลานเข้ามามากแล้ว ทั้ง 2 ส่วนน่าจะพอกล้ำลืนไปได้กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ยังมีงบประมาณจากภาครัฐที่ยังไม่ได้ใช้ จะนำมาสมทบอีก 80,000-1 แสนล้านบาท มาช่วยพยุงสถานภาพงบกลางของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่งและอาจได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท หากรีดเอาจริงๆกับงบประมาณภาครัฐทั้งงบทหาร-ตำรวจ และงบที่ยังไม่มีความจำเป็นมากนักของภาครัฐ

แม้ว่าโควิดอาจจะจบเร็วกว่าที่คิด รัฐบาลเปิดบ้าน เปิดการค้าขายได้ตามปกติก็ตารมที แต่การฟื้นชีวิตของผู้คนนั้นคงต้องใช้เวลาในการเพิ่มศักยภาพเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลคงต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ด้วยยุทธศาสตร์สุขภาพมาก่อนเสรีภาพ แต่ในยามวิกฤติเช่นนี้ ยังมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนเป็นอันดับหนึ่งของโลกจาก U.S. New & World Report ใน 87 ประเทศ

จากการที่ประเทศไทยมีระบบการบริหารจัดการที่รัดกุมและมีการสาธารณสุขที่เยี่ยมยอด แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆที่ยังไม่มีความเจริญทางเทคโนโลยีมากนัก แต่การบริหารจัดการสามารถทำได้เป็นอันดับ 6 ของโลก จึงเป็นเครดิตของรัฐบาลชุดนี้และบรรดาแพทย์และบุคลากรทางการสาธารณสุขทุกคน

หากโควิด-19 จบลงด้วยความรวดเร็ว มีการสูญเสียของผู้คนเช่นนี้ เป็นเพราะความร่วมมือร่วมใจของคนไทย และจากการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา จึงเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสร้างผลงานให้สามารถฝ่าคลื่นลมแรงเช่นนี้จนครบวาระต่อไป