ผู้ช่วย ผญบ.และกรรมการหมู่บ้านที่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ รวบรวมเงินฌาปนกิจหมู่บ้าน ส่งไปช่วยเป็นค่าทำศพหนุ่มก่อสร้าง วัย 41 ปี ที่ช็อกเสียชีวิตถูกทิ้งศพไว้ข้างทางที่กรุงเทพฯ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมครอบครัวคนตาย

(20 เม.ย.63) ความคืบหน้ากรณีที่เกิดกระแสดรามาว่ามีมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่ง ที่กรุงเทพมหานคร ทิ้งศพของนายสุรเดช วงษ์สวรรค์ อายุ 41 ปี หนุ่มชาว อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไปรับจ้างก่อสร้างที่กรุงเทพฯ ไว้ข้างทาง ที่บริเวณถนนสุเหร่าคลองหนึ่งอย่างปริศนา เมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา จนหลายคนสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานาว่า นายสุรเดช ติดเชื้อโควิดหรือไม่ ทำให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตติดใจกับการกระทำของทางมูลนิธิที่ทิ้งศพไว้ ถึงแม้ทางมูลนิธิดังกล่าวจะออกมาชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ทางครอบครัวก็ยังอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งกรณีสาเหตุการเสียชีวิตว่าตายด้วยสาเหตุอะไร และมีการทิ้งศพไว้จริงหรือไม่

ซึ่งบรรยากาศที่บ้านเกิดของนายสุรเดช ที่บ้านเขว้า หมู่ 4 ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ก็ได้มีผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ช่วยกันรวบรวมเงินฌาปนกิจหมู่บ้านศพละ 50 บาท และ 100 บาท เพื่อจะส่งไปช่วยเป็นค่าทำศพที่กรุงเทพฯ เพราะไม่สามารถนำศพกลับมาประกอบพิธีที่บ้านเกิดได้ เนื่องจากติดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางครอบครัวจึงมอบหมายให้พี่สาวซึ่งทำงานรับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นคนดำเนินการเรื่องการฌาปนกิจศพ แต่เนื่องจากครอบครัวฐานะยากจนจึงได้รวบรวมเงินฌาปนกิจศพหมู่บ้านส่งไปให้พี่สาวผู้เสียชีวิต เป็นค่าจัดการศพ เพราะทางพ่อแม่ และญาติก็ไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานศพได้ ถึงแม้อยากจะเดินทางไปร่วมก็ตาม

นายกิตตินันท์ เกรียรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ถึงแม้ทางครอบครัวจะไม่สามารถนำศพของผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีที่บ้านเกิดได้ แต่ด้วยประเพณีที่เคยปฏิบัติสืบต่อกันมาชาวบ้านก็ได้มาร่วมทำบุญตามแต่ศรัทธา และเก็บรวบรวมเงินฌาปนกิจหมู่บ้าน เพื่อโอนไปเป็นค่าจัดการศพที่กรุงเทพฯ แล้วรอให้สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย จึงจะนำกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้าน ส่วนกรณีการทิ้งศพข้างทางนั้นก็อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคนตายด้วย