สรรพสามิตเผยปริมาณแอลกอฮอล์ที่ใช้ในระบบการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. -13 เม.ย. 63 มีไม่น้อยกว่า 21.9 ล้านลิตร ขณะที่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผู้ผลิตโรงงานเอทานอลได้ขายให้ผู้ซื้อไปแล้ว 29 ล้านลิตร เผยผลการตรวจค้นและจับกุมผู้ที่ไม่ขออนุญาตใช้แอลกอฮอล์ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตั้งแต่ช่วงวันที่ 30 มี.ค.-13 เม.ย.63 จำนวน 23 คดี มีปริมาณของกลางกว่า 9.5 หมื่นลิตร คิดเป็นเงินค่าปรับกว่า 7.1 ล้านบาท

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าตามที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้มีแนวนโยบายให้กรมสรรพสามิต ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์หรือสุราสามทับหากนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในอัตราภาษีศูนย์ของสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางภาษีและให้มีปริมาณผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในการเสริมสร้างความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด 19 โดยการให้สิทธิทางภาษีในอัตราภาษีศูนย์ของสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้มาขอซื้อแอลกอฮอล์จากผู้ผลิตโรงงานเอทานอล เป็นจำนวน ไม่น้อยกว่า 29 ล้านลิตร และได้นำออกจากโรงงานเพื่อใช้ในระบบ จำนวนไม่น้อยกว่า 21.9 ล้านลิตรแล้ว (6 มีนาคม–13 เมษายน 2563)

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศสำรวจและรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในท้องตลาดทั่วไป พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพสามิต โดยประชาชนสามารถเข้าดูได้ที่ www.excise.go.th ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากแหล่งจำหน่ายที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มาตรฐานและคุณภาพการผลิตของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดก็ต้องเป็นไปตามที่ทางราชการกำหนด โดยกรมสรรพสามิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เป็นเพียงข้อมูลใช้อ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น

ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศพร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามสุราสามทับหรือแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตเพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สำหรับผลการตรวจค้นและจับกุม ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-13 เมษายน 2563 พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 23 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 7,177,796 บาท โดยมีของกลาง จำนวน 95,597 ลิตร

โดยกรมสรรพสามิตขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 เพื่อให้สามารถก้าวผ่านภาวะวิกฤตนี้ไปได้ อย่างไรก็ตามแอลกอฮอล์มีคุณลักษณะที่เป็นวัตถุไวไฟที่ควรต้องมีการจัดเก็บอย่างถูกต้อง โดยกรณีที่พบผู้กระทำผิดส่วนใหญ่จะจัดเก็บในบ้านพักที่สามารถพบเห็นได้โดยง่าย แต่อาจมีอันตรายจากการจัดเก็บไม่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อให้การผลิตแอลกอฮอล์เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีมาตรฐานและมีความปลอดภัย หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดเก็บหรือการผลิตและจำหน่ายสุราสามทับหรือแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จากทางราชการ สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th