เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

โลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีเร็วมาก แต่ด้านสังคมวัฒนธรรมไม่ได้เปลี่ยนในความเร็วเดียวกัน หรืออาจจะต้านการเปลี่ยนแปลงด้วยซ้ำ ลองมาพิจารณาปรากฎการณ์บางอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงจิตวิญญาณของยุคสมัย หรือที่ฝรั่งเรียก Zeitgeist (คำเยอรมันที่ใช้กันสากล)

1. สังคมต้องการการเปลี่ยนแปลง ปฏิเสธระบบระเบียบเดิม ความเป็นสถาบัน องค์กรที่ยึดติดกับข้อบังคับ กฎหมายมากกว่าอย่างอื่น ปรากฎการณ์ทางการเมืองอเมริกันที่เลือกนายทรัมป์ การเมืองฝรั่งเศสที่ เลือกนายมาคร็องเป็นอันดับหนึ่งทั้งๆ ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใหญ่ในการเลือกตั้งรอบแรก และไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน ลาออกจากพรรคเก่ามาตั้งขบวนการทางการเมืองใหม่ (En March)

นายโอบามาเคยใช้คำว่า “Change” ในการหาเสียง แต่คนอเมริกันผิดหวังว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เป็นคำพูดสวยหรูให้ดู “สมสมัย” ให้ถูกใจผู้คนยุคใหม่นี้เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ง่าย รวมทั้งนายทรัมป์เองก็ใช่ว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงได้มากมายตามที่ประกาศไว้ตอนหาเสียง

ผู้คนปฏิเสธความเป็นสถาบัน (establishment) เพราะรู้สึกผูกมัด ฝรั่งชาวคริสต์ส่วนใหญ่ก็อาจไปวัดไปโบสถ์ปีละครั้งสองหนตอนคริสต์มาสปาสกาเท่านั้น และอีกครั้งตอนตายแล้ว อีกส่วนหนึ่งเลิกไปเลย

แม้แต่การแต่งงาน วันนี้คนส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน “เฉยๆ “ โดยไม่จดทะเบียน หรืออาจไปจดทะเบียนแต่ไม่ได้เข้าโบสถ์ ไม่มีพิธีอะไรเลย ความรักสำคัญกว่า อยู่ด้วยกันแบบไม่ผูกมัด อยู่ไม่ได้ก็แยกกันไป

ผู้คนวันนี้ต้องการความสัมพันธ์ โทรศัพท์ สมาร์ทโฟนจึงเป็นปัจจัยที่ 5 ที่ขาดไม่ได้ เกิดกลุ่มเครือข่ายในเฟสบุ๊ก ในไลน์เต็มไปหมด แต่ในเวลาเดียวกันคนก็ไม่ได้ต้องการความผูกพันหรือข้อผูกมัด ต้องการความสัมพัน์แบบอิสระ เครือข่ายเหล่านี้ไม่มีข้อบังคับ

เป็นไปได้ที่ในอนาคต บรรดา “กลุ่มประชาคม” ต่างๆ จะยุบไปหรือไม่ก็ต้องปรับระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ไม่ให้เป็นตราสังข์มัดตัวเองและเอาเปรียบคนอื่น ไม่ว่าอียู นาฟต้า อาเซียน เอเปค การที่สหราชอาณาจักรออกจากอียู และสหรัฐไม่เอาด้วยกับข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) และขู่ถอนตัวจากนาฟต้า ล้วนบ่งบอกว่า ระเบียบโลกใหม่กำลังเปลี่ยน

นี่เป็น “จิตวิญญาณแห่งยุคสมัย” (Zeitgeist) อย่างหนึ่ง (ซึ่งแปลว่า “อารมณ์” ของยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่แสดงออกทางความคิดความเชื่อของยุคนั้นที่อธิบายพฤติกรรมและปรากฎการณ์ทางสังคม)

การแสวงหาทางเลือกใหม่ของผู้คนที่ปฏิเสธระบบเดิม สถาบันเดิม อาจจะตกหลุมเก่าเรื่องราวแบบเดิมซึ่งอาจเลวกว่าก็ได้ อย่างกรณีที่คนอเมริกันเบื่อการเมืองเก่าแล้วเลือกนายทรัมป์ หรือคนที่เข้าไปสังกัดองค์กรทางศาสนาใหม่ นิกายความเชื่อที่เห็นว่าตอบโจทย์ชีวิตของตนเองมากกว่าสถาบันเดิม

2. สังคมวันนี้ผู้คนแสวงหาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของตนเอง อยากเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องการอยู่ใต้สถาบัน (Institution) ที่ใช้กฎระเบียบบังคับ และทำให้ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด แต่ต้องการสังกัดขบวนการ (Movement) ที่ผู้คนสัมพันธ์กันเป็นเครือข่าย ไม่ก้าวก่ายบังคับ ทุกคนเป็นอิสระเป็นตัวของตัวเอง
คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในประเทศพัฒนาแล้วล้วนแต่ต้องการเริ่มกิจการด้วยตนเอง ไม่อยากเป็นลูกจ้าง อาจยอมเป็นพักหนึ่งเพื่อหาประสบการณ์ แล้วจึงออกมาริเริ่มงานใหม่ที่เป็นอิสระมากกว่า

วันนี้มี “คนกล้าคืนถิ่น” มากขึ้นเรื่อยๆ เรียจบปริญญาตรี โท เอก เบื่อการทำงานในองค์กร ในเมือง เลือกเดินทางกลับบ้านในชนบทเพื่อเริ่มงานเกษตรบ้าง การประกอบการบ้าง และเป็นเรื่องที่สมสมัย เพราะต้นทุนของท้องถิ่นมีพร้อม ไม่ว่าที่ดิน แรงงาน และตลาด แต่ขาดความรู้ในการบริหารจัดการเท่านั้น
จิตวิญญาณของโลกวันนี้ต้องการคืนสู่ธรรมชาติ อาหารปลอดภัยจากสารเคมี เสื้อผ้า พลังงานที่มาจากธรรมชาติ คนมีความรู้สามารถกลับไปพัฒนาตนพัฒนาท้องถิ่นได้

วันนี้ผู้คน “คืนสู่รากเหง้า” กลับไปหาปู่ย่าตายาย ภูมิใจในรากเหง้าเผ่าพันธุ์ พร้อมที่จะพูดภาษาท้องถิ่นและชนเผ่าของตนเอง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าท้องถิ่นโดยไม่อายใคร วันนี้คนที่แนะนำตัวเองจะไม่บอกว่าเป็น “ชาวเขา” หรือ “ชนเผ่า” แต่จะบอกว่าเป็น อาข่า ม้ง ปะกาเกอะญอ ลาหู่ เมี่ยน และอื่นๆ
คนอีสานพูดภาษาอีสานในรายการวิทยุ โทรทัศน์ด้วยความเชื่อมั่นและภูมิใจ การแข่งขัดประกวดร้องเพลงก็เป็นเพลงลูกทุ่งท้องถิ่นอีสานสไตล์หมอลำประยุกต์แทบทุกสถานี

คนไทยเบื่อหน่ายกับความขัดแย้งทางการเมืองและความเน่าเฟะของสถาบันทางการเมืองแบบเดิมๆ ต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเป็นอิสระ จึงยอมแม้จะอยู่ใต้อำนาจทหาร ซึ่งวันนี้ก็ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้และไม่อาจฝืนกระแสและจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยได้ ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมประชาธิปไตย

ถ้าผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้าใจ “สัญญาณแห่งกาลเวลา” ก็จะมีนโยบายที่กระจายอำนาจ ให้ผู้คน “ปกครองตนเอง” ให้มากที่สุด พัฒนาอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีมากพอเพื่อจะพัฒนาได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ไม่ว่านักการเมืองหรือทหารมาก็รวบอำนาจ รวมศูนย์ ซึ่งล้าสมัยและไม่พัฒนา