ท่ามกลางการเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มเกิดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่า “ก้าวกระโดด” ผู้คนในสังคมต่างตกอยู่ในความวิตก หวั่นไหว และง่ายที่จะอยู่ในภาวะ “ตื่นตระหนก” ถ้าเกิดภาวะการไหลบ่าของข้อมูลทางการแพทย์ กลายเป็นเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจ เพื่อให้ปฏิบัติตาม มีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป

ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนเริ่มคุ้นหน้าค่าตา “นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” ในฐานะโฆษกศบค. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กันมากขึ้น เนื่องจาก “หมอทวีศิลป์” มีภารกิจแถลงข่าวผลการประชุมของศูนย์ศบค.ในทุกๆวันต่อสื่อมวลชน พร้อมทั้งให้ข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนตอบทุกคำถาม ทุกข้อสงสัย เพื่อให้การสื่อสารครบถ้วน สมบูรณ์ให้มากที่สุด

เสียงตอบรับจากการปฏิบัติงานในฐานะโฆษกศบค.ของหมอทวีศิลป์ ได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเชิงบวกด้วยท่าที บุคลิกนุ่มนวล ที่พร้อมจะตอบทุกคำถาม ด้วยความเข้าใจ สามารถอธิบายเรื่องทางการแพทย์ให้เป็นเรื่องที่ง่ายต่อการเข้าใจเพื่อให้ประชาชนได้ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อย่างถูกต้อง

และที่สำคัญไปกว่านั้น ยังพบว่าความแม่นยำ ในข้อมูล บวกกับบุคลิกของหมอทวีศิลป์เอง ยังช่วยผ่อนคลาย บรรยากาศที่ตึงเครียดในสังคมได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ศบค. และรัฐบาล จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยมีหมอทวีศิลป์ ทำหน้าที่ตอบคำถาม ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจกับสื่อได้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับหมอทวีศิลป์ ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมศบค.อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ให้ดำรงตำแหน่งโฆษกศบค. โดยปัจจุบันเป็น สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพ 10 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข

ประวัติส่วนตัวของหมอทวีศิลป์กว่าที่จะมายืนอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญนั้นต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เนื่องจากในวัยเด็กเคยผ่านช่วงชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาก่อน เนื่องจากฐานะที่บ้านไม่ร่ำรวย ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน โดยหมอทวีศิลป์ เป็นชาวโคราช ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย เปิดร้านโชวห่วย อยู่หน้าตลาดเทศบาล 2 จังหวัดนครราชสีมา มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน หมอทวีศิลป์เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมาก่อนหน้านี้ว่า เมื่อคุณพ่อ ประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขา ทำให้ลูกๆทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ซึ่งตัวหมอทวีศิลป์เองต้องช่วยที่บ้านเลี้ยงหมู

ต่อมาเมื่อเติบโตได้ตัดสินใจเรียนหมอ ด้วยเชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือครอบครัวให้ดีขึ้นได้ด้วยการศึกษาและอาชีพหมอ แม้เจ้าตัวจะมีความสามารถและชื่นชอบงานด้านศิลปะ

หมอทวีศิลป์ จบการศึกษาระดับมัธยมที่ ที่โรงเรียนบุญวัฒนา จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจาก แพทย์ชนบท มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเป็นการสอบโควตาของชมรมแพทย์ชนบท ต่อมาเริ่มงานที่โรงพยาบาลจิตเวช นครราชสีมา หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เคยผ่านงานในฐานะโฆษกกรมสุขภาพจิต ก่อนขึ้นเป็น ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตและสังคม และปัจจุบันเป็นโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ก่อนที่จะได้รับความไว้วางใจได้รับการแต่งตั้งให้นั่ง “โฆษกศบค.” ปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับ “สงครามโควิด” !