เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

ข้อเท็จจริงของวันนี้ คือ 1) ยังไม่มียา ยังไม่มีวัคซีนเพื่อรักษาและป้องกันโควิด-19 2) ไม่มีสูตรมหัศจรรย์เพื่อการรักษา ไม่ว่าสมุนไพร ไสยศาสตร์ จึงควรมีวิจารญาณในการรับฟังจากสื่อหรือการบอกเล่า “เขาว่า” 3) โควิด-19 อันตราย แพร่กระจายง่าย ติดง่าย ไม่จำกัดเพศ วัย สถานภาพ ยากดีมีจนเท่ากันหมด ป่วยได้ ตายได้

แต่ก็มีข้อเท็จจริงที่ทำให้คลายตระหนกได้บ้าง คือ แม้ติดง่าย แต่ก็ตายยากถ้าหากมีภูมิคุ้มกันดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงเกินไป เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอด ความดัน เบาหวาน เส้นเลือดตีบตัน คนที่มีโรคเรื้อรังเหล่านี้กับผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ตัวเลขคนเสียชีวิตทุกประเทศส่วนใหญ่อยู่ในสองกลุ่มนี้

ที่ควรตระหนักอีกอย่าง คือ คนที่เสียชีวิตไม่ว่าวัยไหน มีโรคประจำตัวหรือไม่มี ที่ตายเพราะไม่มีภูมิต้านทานดีพอ ร่างกายอ่อนแอ คนอายุ 40-50 ที่สูบบุหรี่ดื่มเหล้าจัด ทำงานหนักพักผ่อนไม่พอ เครียดมาก มีสิทธิติดเชื้อและตายมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

ภูมิคุ้มกันในภาษาการแพทย์สมัยใหม่หรือตะวันตก คือ ทหารที่ป้องกันร่างกาย ไปสู้รบกับศัตรูที่มารุกราน เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell เป็นเสนาธิการและหน่วยรบพิเศษของภูมิคุ้มกัน ขณะที่ภูมิปัญญาตะวันออก การแพทย์แผนจีนแผนไทยแผนโบราณไม่ได้พูดเรื่องการสู้รบฆ่าฟัน แต่พูดถึง “ความสมดุล”

เป็นวิธีคิดที่แตกต่างระหว่างสองภูมิปัญญา ตะวันออกเน้นที่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สร้างความสมดุลระหว่างดีกับร้าย ร้อนกับเย็น หยินกับหยาง เพราะถ้าพูดตามภาษาการแพทย์สมัยใหม่ ร่างกายเรามีไวรัส แบคทีเรีย เป็นล้านล้านตัว ทั้งดีและร้าย เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อร้ายก็จะแพร่กระจายและทำให้เจ็บป่วย

แพทย์ตะวันตกบอกว่า ในร่างกายเรามีเซลล์มะเร็ง มีเชื้อวัณโรคและโรคอื่นๆ กันแทบทุกคน เมื่อร่างกายเราอ่อนแอก็เหมือน “น้ำลดตอผุด” ทำให้เราเจ็บป่วย รับเอาเชื้อโรคจากภายนอกที่มีอยู่มากมายง่ายขึ้น

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน คือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ มีกี่วิธีก็รู้ๆ กัน แต่ส่วนใหญ่ก็ประเภท “ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้” ไม่ทำ อ้างว่าไม่มีเวลา ไม่สะดวก ขี้เกียจ สารพัดข้ออ้าง แต่ในยามที่โควิด-19 “โฆษกธรรมชาติ” มาเตือน วันนี้ไม่น่าจะมีข้อแก้ตัวอะไรได้อีก

หลักการสำคัญในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน คือ

1.อาหาร เลือกที่มีวิตามินซีให้มาก อย่างผลไม้จำพวกส้ม เพราะเพิ่มเม็ดเลือดขาว (ทหารเอก) สู้กับเชื้อโรคไวรัสได้ดี ผลไม้ไทยส่วนใหญ่มีวิตามินซีสูงทั้งนั้น ผักสีเขียว มีทั้งวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ต้านอนุมูลอิสระ ลด “ตัวร้าย” ต่างๆ ลง อย่างที่ฝรั่งสร้างการ์ตูนป๊อบอายกินผักโขมแล้วมีพลังวิเศษสู้กับคนตัวโตๆ ได้

ผักไทยมีมากมายดีๆ ทั้งนั้น เครื่องเทศสมุนไพรประกอบอาหารต้านมะเร็งต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม อย่างกระเทียม ขิง ข่า กระชาย ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้นและอื่นๆ

ผลไม้ไทยทั้งอร่อยและร่ำรวยด้วยสารอาหาร วิตามินแร่ธาตุ อย่างมะละกอ นอกจากมีวิตามินซีสูง เบต้าแคโรทีนมาก ยังมีสารช่วยย่อยอาหาร ป้องกันการติดเชื้อ มีวิตามินบี และโฟเลต บำรุงสุขภาพโดยรวม เช่นเดียวกับกล้วยที่มีสรรพคุณมากมาย ลดความดัน ลดอันตรายจากเส้นเลือดฝอยแตกเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ราคาถูกกว่าแอฟเปิล คีวี อะโวกาโด ซึ่งดีมากๆ ถ้าหากมีตังค์ซื้อ

ผู้รู้แนะนำให้ดื่มชาเขียว ซึ่งไม่ถึงกับรักษาโควิด-19 อย่างที่แชร์กัน ที่แน่ๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระและสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ดื่มวันละหลายถ้วยสุขภาพดี เช่นเดียวกับน้ำขิง (ไม่ใส่น้ำตาล)

นอกนั้น อาหารอย่างไข่ เต้าหู้ เห็ด ให้วิตามินมากมาย โดยเฉพาะวิตามินD ที่ต้านไวรัสหวัดดีนัก นอกจากอาหารแล้วก็ได้จากแดด เดินตากแดดอ่อนๆ ก่อนสิบโมงและหลังห้าโมงเย็นสัก 15 นาทีดีที่สุด

มีตังค์ หน่อยก็ซื้อโยเกิร์ตหรือทำเอง ไม่ใส่น้ำตาล อาจเพิ่มผลไม้ตามใจชอบ ถ้าจืดก็เติมน้ำผึ้ง โยเกิร์ตกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ให้จุลินทรีย์โปรไบโอติก (ที่ถูกยกให้เป็นยาแห่งศตวรรษที่ 21) ซึ่งก็มีมากในอาหารหมักอย่างข้าวหมาก ปลาร้า นมเปรี้ยว ถั่วเน่าของเมืองเหนือ กิมจิของเกาหลี มิโส่ของญี่ปุ่น กะหล่ำปลีเปรี้ยวของเยอรมัน

2.ออกแรงออกกำลังกาย ไม่กินๆ นอนๆ ดูแต่ทีวี ไม่มีกิจกรรมอะไรที่ขยับร่างกาย ถ้าได้เหงื่อยิ่งดี ร่างกายขับพิษขับของเสียทางผิวหนังอีกทาง ระบบเผาผลาญพลังงาน การขับถ่ายและระบบต่างๆ ไหลลื่นดี ไปข้างนอกไม่ได้ก็ออกกำลังกายในบ้าน แกว่งแขน รำมวยจีน มวยไทย เต้นแอโรบิก ร้องรำทำเพลง

3. ลดความเครียด ทำสมาธิ ทำโยคะ สวดมนต์ ทำให้ทั้งกายและใจได้พักพร้อมกัน ปล่อยวาง ทำให้เบาสบาย ไม่กังวล ไม่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์การระบาด การทำสมาธิทำให้ได้พลังใจ ทำให้ภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

มีงานวิจัยที่ให้คนสุขภาพดีจำนวนหนึ่งรับเชื้อหวัด ปรากฏว่าภายใน 5 วัน คนที่เครียดจะเป็นหวัด ขณะที่คนไม่เครียดไม่เป็น หรือเป็นแต่น้อย เพราะคนเครียดจะไม่เอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนเอง ไม่ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน การนอน ไม่มีการจัดการชีวิตให้ดี ภูมิต้านทานต่ำ

4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งานวิจัยบอกว่า คนนอนหลับ 7 ชั่วโมงมี T-cell “เสนาธิการและหน่วยรบพิเศษ” ของภูมิคุ้มกันจะสูงกว่าคนที่นอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งติดเชื้อไวรัส เป็นหวัดเป็นไข้ได้ง่ายกว่า

ปรากฏการณ์โควิด-9 เป็นเสียงนาฬิกาปลุกให้ตื่นจากการหลับไหล ให้กินอยู่ดูแลตัวเองอย่างมีสติ ยามนี้ควรตระหนักว่า “ยาดีที่สุดคืออาหาร โรงพยาบาลดีที่สุดคือครัว หมอดีที่สุดคือตัวเราเอง” เพราะท้ายที่สุด สัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอน คือ “อัตตาหิอัตโนนาโถ” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน