วันนี้ ( 28 มี.ค. 63) ที่สถานีขนส่งผู้โคยสารเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เงียบสนิท หลัง นายชัยสิทธิ์ พานชิพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการสถานฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้อาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 จึงได้กำหนดให้พื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง เพื่อการควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมีคำสั่งประกาศให้ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้า – ออก พื้นที่กำหนด จำนวน 8 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ประกอบด้วย ตำบลสะเตง เขตเทศบาลนครยะลา ตั้งแต่ชุมชนถนนพาดรถไฟไปจนถึงถนนสิโรรส 1 และ ม.3 ต.สะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา ส่วนที่อำเภอรามัน มี หมู่ 3 ตำบลกาลูปัง หมู่ 1 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จ.ยะลา หมู่ 2 และ หมู่ 5 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 5 และ 9 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จ.ยะลา หมู่ 2 ตำบลแม่หวาด อำภอธารโต จ.ยะลา

หากผู้ใดมีความจำเป็นจะต้องเดินทาง เข้า-ออก ให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่นั้นๆ ทราบก่อน และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ จะเป็นผู้กำหนดเส้นทางเข้า-ออก หากผู้ใดฝ่าฝืน คำสั่ง มีความผิดต้องมีโทษ ทั้งพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 จำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 40,000 บาท

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้ประชุมผู้นำชุมชนและ อสม.เทศบาลนครยะลา ขอความร่วมมือในการออกสำรวจคัดกรอง ภายในชุมชนตลาดเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง 12 ชุมชน โดยสรุปได้ดังนี้ พบกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดในเขตพื้นที่ตลาดเก่า จำนวน 165 ราย ประเภทประวัติการเดินทางไปประเทศมาเลเซีย 71 ราย กลับจากพื้นที่กรุงเทพฯ 38 คน และ กลับจากต่างจังหวัด 49 คน ชุมชนที่มีกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดคือ ชุมชนจารูนอก 28 คน ชุมชนมุสลิมสัมพันธ์ 21 คน และชุมชนตลาดเก่าซอย 8 จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่เชื้อโรคโควิท-19 ต่อไป

สำหรับภายในเขตเทศบาลนครยะลา ตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ เช่น สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และ ย่านเศรษฐกิจ ทางเทศบาลนครยะลา ได้นำอ่างล้างมือไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วเขตเทศบาล เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ล้างมือเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อโรคดังกล่าวด้วย

สถานการณ์ล่าสุดนั้น จังหวัดยะลา มีผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวน 28 ราย พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และรักษาหายแล้วจำนวน 2 ราย และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนโรค มีผู้ที่สัมผัสที่มีอาการ รวม 249 ราย รอผลตรวจเชื้อเพื่อยืนยัน จำนวน 54 ราย