“นายกฯ” ชมปชช.ให้ความร่วมมือมาตรการป้องกันโควิด-19 จ่อ ยกระดับมาตรการเข้มข้นในจังหวัดเสี่ยง ด้าน “พณ.” หาทางออกแก้ปัญหาหน้ากากอนามัย ตั้งกรรมการระดับชาติ อ้อน “เสี่ยหนู” บอกขรก.สาธารณสุข รักเสี่ยหนูตั้งแต่เป็นรมช.สธ.

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวชื่นชมประชาชนที่ให้ความร่วมมือมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อคิด-19 เช่น การเว้นระยะห่างในการนั่งรถโดยสารประจำทาง และการเว้นระยะห่างในการนั่งรับประมานอาหาร เป็นต้น พร้อมกันนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้เตียงรองรับผู้ติดเชื้อเพียงพอ มีการปรับปรุงโรงแรม ให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 250 เตียง ซึ่งในส่วนนี้จะใช้รองรับผู้ป่วยที่มีการการน้อย ซึ่งเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ อีกทั้งในส่วนของเวชภัณฑ์ มีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนจำหน่วยชุดตรวจแบบสอดเข้าโพรงจมูกเพิ่มเติม 12 บริษัท และชุดเจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันอีก 3 บริษัท อย่างไรก็ตาม มีงบกลาง 1,500 ล้านบาท ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานกลางจัดซื้อจัดหาสเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ แจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในส่วนของปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานมาตรการดูแลสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะไข่ที่มีราคาขายปลีกสูงขึ้น โดยทาง ปลัดพณ. ได้เข้าไปคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ 7 แห่ง ยืนยันว่าไข่ไก่เบอร์ 3 จากราคาหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.80 บาท คาดว่าปัญหาเกิดจากพ่อค้าคนกลางที่ทำให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งหากรับในราคาหน้าฟาร์มก็สามารถตั้งราคาได้ที่ 3.35 บาท ซึ่งใครขายเกินราคาก็มีการจับกุมไปแล้ว ส่วนราคาสินค้าอื่น ๆ ขณะนี้ก็ราคาเดิมทุกอย่าง พร้อมกันนี้ยังได้มีการเตรียมการแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยนั้น จะยกระดับการแก้ปัญหาโดยตั้งศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยระดับชาติ พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดราคากลางสำหรับเวชภัณฑ์ป้องกันระดับประเทศ และอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอให้จังหวัดที่มีผู้ป่วยมาก และความเสี่ยงสูง ต้องยกระดับการป้องกันให้เข้มข้นขึ้นทุกมาตรการ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชลบุรี ระยอง อุบลราชธานี และที่เน้นหนักมากเป็นพิเศษ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงภูเก็ต ซึ่งมาตรการต่างๆ แล้วแต่ทางจังหวัดจะไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงการเคอร์ฟิว ด้านกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมประชุมในวันที่ 30 มี.ค. เพื่อจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำ นำคนไทยกลับจากประเทศอิตาลี จากนั้นจะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหามาตรการดูแล เนื่องจากเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสูด (ผบ.ทสส.) ระบุว่ามาตรการการตั้งด่านต่างอๆ นั้น ได้รับความร่วมมือกับประชาชนเป็นอย่างดี แต่ก็จำเป็นต้องตั้งจุดตรวจ เพื่อให้ประชาชนอยู่กับบ้านมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มจุดตรวจเป็นทั้งหมด 377 จุด ซึ่งประชาชนจะต้องคุ้นชินกับสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ เพื่อทำให้ข้าศึกที่มองไม่เห็นลดลง ด้วยการอยู่ในเคหะสถาน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กระทบความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์นั้น นายอนุทิน ชี้แจงแล้วว่าเสียใจกับการที่สื่อสารออกไปอย่างนั้น ซึ่งข้อมูลตอนแรกที่นายอนุทินได้รับ คือแพทย์ที่ติดเชื้อไม่ได้มาจากการปฏิบัติงานทางการแพทย์ แต่เมื่อทราบว่าแพทย์ที่ติดเชื้อมีทั้งการปฏิบัติงาน และชีวิตประจำวัน ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้ว อย่างไรก็ตาม การดูแลขวัญกำลังใจของแพทย์ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผู้บริหารทราบเป็นอย่างดีว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมา นายอนุทินพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ขาดเหลืออะไรก็จะใช้เครือข่ายที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ เช่น การได้รับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์จากบริษัทของจีน ซึ่งนายอนุทินสามารถพูดจีนได้ และพวกเรารักท่าน ตั้งแต่ท่านเป็นรมช.สาธารณสุขแล้ว แต่การทำงานร่วมกันก็อาจมีขลุกขลักกันบ้าง

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน