ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 จากกรณีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (ผวจ.เชียงราย) ในฐานะประธานศูนย์สั่งการชายแดนไทย-ลาว ไทย-เมียนมา จ.เชียงราย และ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ได้มีคำสั่งให้ปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และ ช่องทุกจุดที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยคงเหลือเพียงตรงสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 อ.เชียงของ และ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ที่ อ.แม่สาย ที่ใช้เพื่อขนส่งสินค้าได้เท่านั้น

ล่าสุด นายประจญ มีหนังสือไปถึงนายอำเภอเชียงแสน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนฯ ระดับอำเภอ ให้ผ่อนผันเปิดท่าเรือแม่น้ำโขง เพื่อนำเข้าและส่งออกสินค้าได้แล้วจำนวน 4 จุด วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขกรณีมีผู้ประกอบการค้าได้รับความเดือดร้อน โดยทั้ง 4 จุด ประกอบด้วย ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ต.บ้านแซว ท่าเรือห้าเชียงตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง และท่าเรือปศุสัตว์ ต.เวียง โดยอนุญาตให้ขนถ่ายสินค้าได้เฉพาะวันอังคาร วันพุธและวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. แต่ห้ามให้บุคคลเข้าหรือออกระหว่างการขนถ่ายสินค้าโดยเด็ดขาดอยู่เช่นเดิม

ส่วนอีกจุดคือจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงแสน บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน ที่ให้มีการขนถ่ายสินค้าเฉพาะอุปโภคบริโภคเพื่อดำรงชีพตามหลักมนุษยธรรมได้ตั้งแต่เวลา 06.00-10.00 น.หรือเพียง 4 ชั่วโมงโดยทั้งหมดให้ผ่านกระบวนการพิธีการศุลกากร พิธีการตรวจคนเข้าเมืองกรณีเรือหรือยานพหานะที่ใช้บรรทุกสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ ผวจ.เชียงราย ยังได้เน้นย้ำให้ทางนายอำเภอเชียงแสน ได้ดูแลการปฏิบัติการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการผ่อนผันจนทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโดยเด็ดขาด จากนั้นให้รายงานผลการปฏิบัติไปยัง จ.เชียงราย ทุกๆ 15 วัน อีกด้วย ซึ่งภายหลังจากการผ่อนผันดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการค้าในแม่น้ำโขงได้ทยอยขนส่งสินค้าโดยเฉพาะสินค้าส่งออกจากท่าเรือต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไปยังท่าเรือของประเทศเมียนมาเนื่องจากท่าเรือใน สปป.ลาว ได้ถูกปิดก่อนหน้านี้แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดปี 2562 ที่ผ่านมามีการค้าทางเรือในแม่น้ำโขงผ่านด่านศุลกากรชียงแสนมูลค่าจำนวนมาก โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 11,681.92 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 583.80 ล้านบาท จากนั้นตั้งแต่เดือน ต.ค.2562-ก.พ.2563 ได้มีการส่งออกแล้วมูลค่า 3,499.82 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 179.44 ล้านบาท สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง โคและกระบือมีชีวิต ชิ้นส่วนไก่แช่แข็ง เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำพวก กระเทียม เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งการค้าทางเรือแม่น้ำโขงหยุดชะงักทั้งหมดหลังการประกาศปิดชายแดนเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา.

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน