นิรโทษกรรมสากลจี้ผู้นำอาเซียนแสดงท่าทีต่อการล้างบางยาเสพติดของประธานาธิบดีตูแตร์เต ชี้ถึงขั้นละเมิดธรรมนูญอาเซียน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 60 องค์กรนิรโทษกรรมสากล (AMNESTY INTERNATIONAL) ได้ออกแถลงการณ์ โดย แชมพา พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ระหว่างที่ผู้นำอาเซียนกำลังนั่งประชุมในสถานที่อันสะดวกสบาย พวกเขาควรระลึกบ้างว่าประชาชนหลายพันคนถูกสังหารซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการปราบปรามที่โหดร้ายของนายดูเตอร์เต เหยื่อเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากชุมชนชายขอบที่ถูกละเลย ซึ่งเท่ากับเป็นการทำสงครามกับคนยากจน

“ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมีหลักฐานมากขึ้นเช่นกันว่าทางการฟิลิปปินส์มีบทบาทในการนองเลือดครั้งนี้การที่ฟิลิปปินส์เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ท่ามกลางความอื้อฉาวที่โหดร้ายควรเป็นสิ่งกระตุ้นให้รัฐบาลกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนในการสอบสวนการสังหารอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพทั้งต้องประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และยุติการละเมิดที่น่าตกใจเช่นนี้”

ทั้งนี้ องค์กรนิรโทษกรรมสากล ได้เรียกร้องผู้นำอาเซียนให้ร่วมกันพิจารณาว่าการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์อาจถึงขั้นเป็น“การละเมิดอย่างร้ายแรง”ต่อธรรมนูญอาเซียนและโดยเฉพาะอาจถือเป็นการฝ่าฝืนต่อคำปฏิญาณตามธรรมนูญที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามข้อ20(4)ของธรรมนูญอาจจัดให้มีการประชุมสุดยอดอาเซียนในโอกาสดังกล่าวและพิจารณาแนวทางปฏิบัติร่วมกันได้

โดย ในจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฟิลิปปินส์ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ซึ่งลงนามโดยตัวแทนนิรโทษกรรมสากลกว่า20คนทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริการะบุว่า นิรโทษกรรมสากลยังกระตุ้นให้ทางการฟิลิปปินส์ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีการสอบสวนโดยทันที อย่างไม่ลำเอียงและมีประสิทธิภาพต่อการสังหารที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด และให้ดำเนินคดีอาญาต่อผู้ใดก็ตามที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีตำแหน่งหรือสถานะใด ซึ่งนับแต่เดือนกรกฎาคม2559มีผู้ถูกสังหารมากถึง9,000คนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย

นิรโทษกรรมสากลระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง และโดยเฉพาะตัวประธานาธิบดีดูแตร์เตได้เรียกร้องอย่างเปิดเผยหลายครั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งพลเมืองทั่วไปสังหารบุคคลที่ต้องสงสัยว่าใช้หรือจำหน่ายยาเสพติดแทนที่จะปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศและเคารพพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

นิรโทษกรรมสากล ยังระบต่ออีกว่า หากไม่มีการดำเนินงานอย่างจริงจังโดยทันทีทางศาลอาญาระหว่างประเทศควรพิจารณาเริ่มการไต่สวนในเบื้องต้นกรณีการสังหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในระหว่างสงครามปราบปรามยาเสพติดที่รุนแรงและอาชญากรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในฟิลิปปินส์รวมทั้งการเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าจะมีตำแหน่งและสถานะใดโดยใช้อำนาจตามธรรมนูญกรุงโรม(Rome Statute)