แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีการประกาศปิดประเทศ แต่มาตรการต่างๆที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นการยกระดมความเข้มข้นในการคัดกรองการเข้า-ออก ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการรวมตัวของคนจำนวนมากก็มีทิศทางใกล้เคียงและสอดคล้องกับมาตรการของประเทศอื่นๆที่ประกาศปิดประเทศ แม้ระดับความเข้มข้นจะไม่เทียบเท่า ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ออกไป การปิดสถานบันการศึกษาชั่วคราว และประกาศปิดสถานบันเทิง สถานบริการ โรงภาพยนตร์ สนามมวยฯลฯ

โดยเมื่อพิจารณามาตรการ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศออกมา มีดังนี้

-ป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบด้วย

1.ชาวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย มี 4 ประเทศ บวก 2 เขตปกครองพิเศษ ขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน ต้องมีประกันสุขภาพ ยินยอมใช้แอพพลิเคชันติดตามของรัฐ มาตรการนี้ใช้กับการเข้าเมืองทุกทาง ทั้งทางบก น้ำ อากาศ ทาง ตม.ต้องดูหนังสือเดินทางของชาวต่างประเทศด้วยว่าประเทศก่อนที่จะเข้ามาไทย ประเทศสุดท้ายคืออะไรบ้าง อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศไปแล้ว จำเป็นต้องมีมาตรการให้เหมือนกับ 4 ประเทศ บวก 2 เขตปกครองพิเศษ เพื่อป้องกันการอ้อมเข้าประเทศ โดยไปพักกลางทางมาก่อนแล้วถึงเข้ามา ตม.จะต้องดูพาสปอร์ต ถ้าไปประเทศที่มีความเสี่ยงหรือที่ประกาศไปแล้วก็ต้องมีมาตรการคัดกรอง แล้วแจ้งกระทรวงมหาดไทย จากนั้นเข้าสู่มาตรการกักกัน สังเกตอาการ 14 วัน

2.ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง และยังไม่ประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน ต้องมีประกันสุขภาพ มีที่พำนักที่สามารถติดต่อได้ในประเทศไทย ยินยอมใช้แอพพลิเคชั่นติดตามของรัฐ เรื่องนี้ต้องทำทุกช่องทางทั้งทางบก น้ำ อากาศ เป็นมาตรการที่ใช้กับการเข้าเมืองทุกทางมาตรการกักกันของรัฐ ถูกคุมไว้สังเกตอาการ 14 วัน

3.ห้ามข้าราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น และเตือนประชาชนให้งดการเดินทางไปในประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย และพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง แต่หลายอย่างอาจจะมีความจำเป็นอย่างเช่นการเดินทางไปประชุมก็ต้องมีการพิจารณาอย่างรัดกุม

-พัฒนาระบบและกลไกการกักกันผู้ที่เป็นหรือผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตราย ณ ที่พำนัก ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558

-ให้มีการกำหนดให้ชาวต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศให้มีการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัว

-จัดหาและเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็น ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับรับมือระยะที่ 3 ได้แก่ สถานพยาบาล เตียง หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือ และชุดป้องกันโรค

-แนะนำให้คนไทยที่พำนักอาศัยในต่างประเทศชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศจะดีขึ้น หากกลับต้องยอมรับมาตรการที่เข้มงวด

ดังนั้น สถานการณ์ต่อจากนี้จึงขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก การลดการเดินทางไปเข้าไปในสถานที่แออัด ลดกิจกรรมทางสังคม เว้นระยะห่างกับบุคคลอื่นและกักตัวเองหากกลับจากต่างประเทศ เป็นเวลา 14 วันเพื่อสังเกตอาการ เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน