เมื่อกลไกทางการเมืองของรัฐบาล โดย "พรรคพลังประชารัฐ" พยายามทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เพื่อปิดประตูความวุ่นวายจากปมประเด็นที่ว่าด้วย "การเมือง" ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ที่ "ฝ่ายค้าน" หวังที่จะใช้เป็นช่องทาง "เขย่า" รัฐบาล ในจังหวะที่รัฐบาลต้องรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19

เช่นเดียวกับการขยับเกม "นอกสภาฯ" จากบรรดาแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่คาดหวังว่าการเปิดเวทีวิพากษ์รัฐบาล นอกสภาฯ แม้จะไม่มีพรรคอนาคตใหม่แล้วน่าจะเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ผล จะแจ้งมากกว่า

แต่ดูเหมือนว่าทั้งเกมการเมืองในและนอกสภาฯ ต้องถูกเบรคลงไปโดยปริยาย เมื่อเวลานี้ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ต่างพากันพุ่งทุกความสนใจ ไปยังการรับมือกับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาโดยต่อเนื่อง

เพราะจนถึงวันนี้ มีแนวโน้มว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส กำลังเพิ่มระดับ เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น ด้วยตัวเลขที่ก้าวกระโดด โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 17 มี.ค. 63อยู่ที่ 177 ราย โดยพบว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา อัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 30 รายขึ้นติดๆกัน จึงทำให้สถิติผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น สร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้คนในสังคม ไม่น้อย

จากการประชุมครม.เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาเปิดเผยว่า จนถึง ณ วันนี้รัฐบาลยังไม่มีคำสั่งให้ "ปิดประเทศ" ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ได้ออกมาตราการให้ปิดสถานบริการ ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นการชั่วคราว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.63

"หลายอย่างอาจจะไม่ทันใจ หลายอย่างอาจจะน้อยอยู่ ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาล จำเป็นต้องบริหารให้เกิดความสมดุล ทั้งสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด ประเทศไทยคือประเทศไทย ก็มีมาตรการของเราที่รองรับและต้องได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศด้วยนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ฉะนั้นหลายอย่างก็ขอให้เราใช้ความร่วมมือของพวกเราดีกว่า เพราะความรัก ความสามัคคีเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ คำว่าเอาชนะคือสถานการณ์คลี่คลายเป็นปกติ ซึ่งทุกคนก็ต้องการตรงนี้ ขอฝากทุกคนให้ช่วยกันด้วย โดยเฉพาะสื่อโซเชียลต่างๆ ขอให้ทุกคนร่วมมือกันทุกอย่าง" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุตอนหนึ่งในระหว่างการให้แถลงข่าวต่อสื่อ

แม้นาทีนี้อาจจะเกิดภาพความเคลื่อนไหวที่มีลักษณะย้อนแย้งกับมาตรการของรัฐบาล เมื่อพบว่าที่จังหวัดบุรีรัมย์ และอุทัยธานี ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัดสินใจสั่ง "ล็อคดาวน์" โดยใช้ "มาตรการสาธารณสุข" วางกฎเข้มในการคัดกรองไข้ผู้ที่เข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ "ทุกคน"

แน่นอนว่าการตัดสินใจของผู้ว่าฯบุรีรัมย์และอุทัยธานี ที่เลือกใช้วิธีการล็อคดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้าที่ครม.จะมีมติ ออกมาตรการควบคุมในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ออกมาย่อมทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งในทางที่สนับสนุนและคัดค้าน

อย่างไรก็ดี ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าพล.อ.ประยุทธ์ นั้นอยู่ในสภาพที่ต้อง "รับศึกหนัก" อันสืบเนื่องมาจากภัยพิบัติจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ที่ร้อยกว่าประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญหน้า ไม่แตกต่างกัน ความเครียดที่เกาะกุม รุมเร้า นายกฯ ประยุทธ์ ได้ฟ้องออกมาผ่านสีหน้าที่อิดโรย และร่างกายที่ซูบผอมลงจนสื่อต้องทักนั้น กำลังเป็นบทพิสูจน์ "กัปตัน" เรือเหล็กลำนี้ ว่าจะฝ่าไปได้หรือไม่ อย่างไร !?