แสงไทย เค้าภูไทย

โควิด-19 ในจีนสงบแล้ว แต่ทั่วโลก รวมถึงไทยกลับเพิ่งเริ่มเฟส 3 มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนรุนแรง สังคมโลกเกิดคำถามว่า โรคระบาดจากไวรัสมรณะนี้ จะยุติลงอย่างไรและเมื่อใด

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาอันเกิดจากไวรัส วิเคราะห์ว่า น่าจะใช้เวลาสั้นกว่าที่เกิดในจีน ที่กินเวลาประมาณ 48 วันนับแต่เกิดความรุนแรงถึงขั้นปิดเมืองอู่ฮั่น

ทั้งนี้เพราะ ช่วงที่เกิดการระบาดรุนแรงนั้น จีนได้ค้นพบวิธีการรักษาและยาใหม่ๆขึ้นมาลดจำนวนผู้เสียชีวิตและลดการระบาดจนถึงขั้นยุติการระบาด

ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชาวจีนกลายเป็นหนูทดลองยาไปโดยไม่ตั้งใจ

รูปแบบการรักษา รวมถึงกระบวนการรักษาและยาต้านโคโรนาไวรัสเหล่านั้น จีนได้ถ่ายทอดให้บรรดาชาติที่มีการระบาดของไวรัสชนิดนี้นำไปใช้ รวมทั้งส่งยาและทีมแพทย์ไปช่วย

ไทยก็เป็นชาติหนึ่งที่ได้รับยานี้มารักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสมรณะนี้

ขณะเดียวกัน ก็มีการค้นพบวัคซีนเพื่อใช้รักษาโควิด-19 นี้ทั้งของอิสราเอล จีน สหรัฐฯและเยอรมนี

ทำให้เชื่อมั่นว่า แม้การระบาดนอกประเทศจีนจะรุนแรง รวดเร็ว แต่ก็จะสามารถเยียวยารักษาและสกัดกั้นการแพร่ระบาดได้ในเวลาที่สั้นกว่าจีน

การจะชี้ว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาขยายตัวเข้าสู่ระดับ 3 หรือไม่ให้ดูที่สิ่งบ่งชี้ 3 ด้านคือ

1.การแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งนั้น แพร่ไปถึง 4 ทอดหรือยัง ซึ่งขณะนี้อยู่แค่ 2 ทอด คือจากคนที่หนึ่งสู่คนที่ 2 ยังไม่ถึงคนที่ 3 และ 4

2.มีการแพร่ระบาดวงกว้าง ถึงชุมชน ตำบล จังหวัด ขนาดไหน ซึ่งขณะนี้ยังจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น

3.เป็นการระบาดอย่างรุนแรงและรวดเร็วเหมือนที่เกิดขึ้นในจีนและเพิ่งสงบ กับขณะนี้กำลังเกิดในอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส

ของไทยนั้น แม้จะสามารถตรึงการะบาดได้ถึงกว่า 2 เดือน

แต่เพราะรัฐบาลไม่ปิดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวและการเดินทางออกนอกประเทศของคนไทย ทำให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่และการแพร่จากคนสู่คนขึ้นมาอีก

อย่างกรณีสตรีผู้หนึ่งที่เดินทางไปทำศัลยกรรมความงามที่เกาหลีใต้กลับมา และการไม่กักบริเวณ “ผีน้อย” แรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ โดยให้กลับบ้านไปกักตัวเองด้วยความสมัครใจเป็นต้น

นอกจากนี้ ยังปล่อยให้มีการทำกิจกรรมในรูปของการชุมนุม เช่นการปฏิบัติธรรมตามวัดต่างๆ การประชุมสัมมนา การกินเลี้ยงเป็นหมู่คณะกิจกรรมด้านสังคม กิจกรรมกีฬา ฯลฯที่

ผู้ป่วยที่พบเมื่อวันที่ 15 มี.ค. แค่วันเดียวถึง 32 ราย เป็นกลุ่มที่มาจากสนามมวยถึง 9 ราย

จากสถานบันเทิงและผับ 5 รายจากผู้ให้บริการที่ต้องสัมผัสนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ราย กลุ่มไปเที่ยวต่างประเทศ 7 ราย ชาวต่างชาติ 2 ราย เจ้าของร้านอาหาร 1 ราย กลับจากดูงานต่างประเทศ 1 ราย ที่กำลังสอบถามแหล่งที่มา 3 ราย รวมทั้งหมด 6 กลุ่ม

การที่สธ.บอกว่า “เอาอยู่” มาถึง 2 เดือนนั้น เหตุหนึ่งเป็นเพราะการระบาดในช่วงนั้น ยังอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างการห้ามเดินทางออกนอกประเทศของคนจีน ที่ต่อมามีการเปิดเผยว่าช่วงตรุษจีน มีเล็ดลอดออกมาถึง 5 ล้านคน

มาประเทศไทยเกือบ 3 แสนคน

จากตรุษจีนช่วง 25-26-27 กุมภาพันธ์ ระยะฟักตัว 10-14 วัน ก็น่าจะตกราว 6 -10 มีนาคม

มีพวกที่ออกอาการเจ็บป่วย นับแต่ 11-12 มี.ค. ช่วงหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ ตม.กับพนักงานบริการร้านอาหารที่สนามบินที่พบอาการนั้น ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้

ผู้ป่วยที่พบขณะนี้ เป็นกลุ่มรับเชื้อ “ทอดที่ 2” ซึ่งต้องดูแลกันไปราว 27-28 วันนับจากนี้

ช่วงนี้จึงอาจจะเป็นช่วง ที่พบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยมากที่สุด หรือจุด peak ของการระบาด

ซึ่งหาก บล็อกไม่ให้มีการถ่ายทอดแพร่เชื้อไปทอดที่ 3 ได้ การเข้าสู่การระบาดเฟสที่ 3 ก็จะไม่เกิดขึ้น

ฟากอเมริกาเหนือและยุโรปที่กลายเป็น pandemic ไปแล้ว ก็จะถึงพีกในช่วงนี้เช่นกัน เพราะพวกเขาใช้มาตรการเด็ดขาด “ปิดเมือง”

คงจะเป็นไปตามคำพยากรณ์ของนางซิลเวีย บราวน์ ผู้มีญาณหยั่งรู้ที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “End of Days” ว่า มันจะอุบัติในปี 2020 แบบมาเร็วไปเร็ว แล้วจะหายไปจน 10 ปีจึงจะกลับมาอีก แล้วจากนั้น จะหายไม่กลับมาอีกเลย

ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน