“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ใช้เวลาทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์ จนมาถึงล่าสุด เปิดทำเนียบรัฐบาลเรียกทุกฝ่ายประชุมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อวางมาตรการหยุดยั้งการแพร่ระบาดไปสู่ระยะที่ 3 อันเป็นขั้นที่รุนแรงมากที่สุด

รวมทั้งยังมีการเร่งแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน โดยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมาน่าสนใจว่า “บิ๊กปั๊ส” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานเรื่องกักตุนหน้ากากอนามัย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน ทั้งนี้ในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ได้ระบุตอนหนึ่ง ว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการตรวจสอบและสอบสวนเรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัย

โดยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงก่อนมีการแถลงความชัดเจน ท่ามกลางการรอรับฟังข้อมูลข่าวสารของผู้คนในสังคมที่แตกตื่น พากันตุนข้าวของ เครื่องใช้ ตั้งแต่ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา โดยสรุปว่า บัดนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของไทยยังไม่เข้าสู่ระยะ ที่ 3

แน่นอนว่าการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของ วิษณุ รองนายกฯ และ “เทวัญ ลิปตพัลลภ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์โควิด-19ฯ ร่วมกับทีมแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข ครั้งนี้เพื่อ “สยบข่าวลือ” ทุกประเด็นที่สร้างความแตกตื่น ปลุกความโกลาหลในสังคม อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ว่าวันนี้ยังไม่มีการ “ประกาศปิดประเทศ” ตามที่มีการพูดถึง

การออกมาเดินหน้า และทุ่มทุกสรรพกำลังของรัฐบาล ผ่านทุกกลไก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการ การทำงานที่หนักหน่วงของบุคลากรทางการแพทย์ ทุกฝ่าย ในห้วงนานนับเดือนที่ผ่านมา ต้องนับเป็นการต่อสู้กับสงครามไวรัสโควิด -19 ในประเทศไทยที่ยังไม่จบ ในทางกลับกัน ยังดูเหมือนว่าโอกาสที่ความรุนแรงของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19 ในช่วง1-2 วันที่ผ่านมา ได้สร้างความตระหนกตกใจกับผู้คนในสังคมอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งคนในสังคมอยู่ในภาวะตื่นตระหนกมากเท่าใด ยิ่งทำให้รัฐบาลทำงานได้ยากมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในขณะเดียวกันยังจะกลายเป็นภาพสะท้อนที่กำลังชี้ว่า คนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

จนนำไปสู่การเปิดช่องให้ “ฝ่ายค้าน” และ “ส.ส.” บางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง พยายามที่จะเสนอให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ โดยอ้างว่าเพื่อต้องการเสนอแนะข้อมูล ข้อคิดเห็นต่างๆในการที่จะช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาให้กับประชาชน ในยามประเทศวิกฤติ

แต่เมื่อรัฐบาลไม่ให้ไฟเขียว ยอมให้มีการเปิดสภาฯสมัยวิสามัญ ถือเป็นการ “ปิดประตู” ความวุ่นวายทางการเมืองไปได้เปลาะหนึ่ง

ทว่าในระหว่างนี้ ภารกิจของรัฐบาล โดยตัวของพล.อ.ประยุทธ์ คือการเร่งบริหารจัดการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 3 เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะส่งผลทำให้บุคลากรทางการแพทย์จะต้องทำงานอย่างหนักหนาสาหัส

อย่างไรก็ดี ล่าสุดรัฐบาลได้วางมาตรการ ด้วยกันทั้ง6ทางเพื่อรับมือ ประกอบด้วย ด้านโรงพยาบาล ด้านบุคลากร หมอ บุคลากรทางการแพทย์ ด้านเวชภัณฑ์ ยา เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ด้านอนุมัติค่าตอบแทนพิเศษให้บุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19 ด้านการต่างประเทศ และประการสุดท้ายคือการป้องกัน เพื่อปิดประตูไม่ให้สถานการณ์ยกระดับขึ้นไปสู่ระยะที่ 3