"อธิบดีกรมการค้าภายใน"ยื่นใบลาออกต่อปลัดกระทรวงพาณิชย์ หลังถูกเด้งเข้ากรุสำนักนายกฯ ข้าราชการน้ำตาร่วงแห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ยันสต็อก 200 ล้านชิ้น ไม่มีแน่นอน "เพื่อไทย"หวั่นเด้งอธิบดีกรมการค้าภายในตัดตอน"แก๊งตุนแมส" ชง"กมธ.ปราบโกง"ล่าทั้งขบวนการ พร้อมเดินหน้าล่ารายชื่อเปิดประชุมสมัยวิสามัญถกปมโควิด-19 ระบาด ขณะที่ไลน์ปชป. เดือดอีกรอบ “อันวา”จี้”ชินวรณ์”แจงปม"ธรรมนัส"

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มี.ค.63 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เดินทางมายังห้องประชุมกรมการค้าภายใน ชั้น 6 กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้นโยบายและอำลาข้าราชการ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี” โดยมีเจ้าหน้าที่ข้าราชการกรมการค้าภายในมาให้กำลังใจและมอบดอกกุหลาบจำนวนมาก รวมถึงมีสื่อมวลชนร่วมรอปักหลักทำข่าวจำนวนมากเช่นกัน โดยบรรยากาศในการอำลานายวิชัย และข้าราชการต่างก็มีน้ำตาคลอและร้องไห้ในบางช่วง

นายวิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เก็บของออกจากห้องทำงานหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ และได้ยื่นใบลาออกต่อปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้วตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ปลัดกระทรวงพาณิชย์จะเซ็นอนุมัติเมื่อไหร่ไม่ทราบ พร้อมทั้งได้ยื่นลาพักร้อนจนถึงวันที่ 23 เม.ย. 63 ซึ่งหลังจากนี้ก็ได้พักผ่อนที่บ้าน ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวนั้น หากมองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะก่อนหน้านี้ตนได้ทำงานอย่างหนักจนต้องผ่าตัดสมองมาแล้วครั้งหนึ่ง จนปัจจุบันก็ยังมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่น้อยใจมากที่สุดคือประชาชนเชื่อข่าวเท็จมากกว่าข่าวจริงไปแล้วโดยเฉพาะในเรื่องของหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น หายไปไหน โดยขอยืนยันว่าสต็อก 200 ล้านชิ้น ไม่มี แต่ช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมาที่กรมการค้าภายในและ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจโรงงานผู้ผลิตหน้ากากอนามัย ซึ่งตอนนั้นได้รับรายงานจากโรงงานว่าจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถผลิตหน้ากากได้ 200 ล้านชิ้น ภายใน 4 เดือน แต่ทุกคนเข้าใจไปว่าโรงงานมีสต็อกหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ซึ่งจะไปหาอย่างไรก็หาไม่เจอเพราะมันไม่มี

ด้าน นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการมีคำสั่งย้าย นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน จากกรณีการกักตุนหน้ากากอนามัย จนเกิดปัญหาการขาดแคลนในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ว่า ตนเองเห็นว่าไม่น่าจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ครบถ้วน เพราะกรณีดังกล่าวเป็นเพียงเพียงการย้ายบุคลากรที่โดนครหาเท่านั้น แต่สังคมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังจากนี้จะไม่มีการลักลอบส่งออก หรือรัฐจะสามารถเร่งรัดกระบวนการผลิต และสามารถกำหนดกระบวนการกระจายหน้ากากอนามัยได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

"ผมได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปว่าถึงวันนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถซื้อหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือได้อย่างสะดวก นอกจากจะหาซื้อยากแล้วราคายังมหาโหดอีกด้วย เมื่อสอบถามร้านค้าว่าทำไมถึงขายเกินราคา ทุกร้านก็จะตอบตรงกันว่ารับซื้อมาแพงมาก จึงจำเป็นต้องขายในราคาสูงกว่าปกติ จนช่วงหลังร้านค้าหลายร้านตัดสินใจเลิกขาย เพราะไม่คุ้มที่จะโดนลูกค้าด่า"

นายประเดิมชัย กล่าวต่ออีกว่า การซื้อขายอุปกรณ์ป้องกันตัวจากไวรัสโควิด-19 เป็นหน้าที่ของรัฐต้องอำนวยความสะดวกและกำหนดมาตรการทุกวิถีทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายและราคาถูก เพราะหากคนส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ย่อมทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสเกิดขึ้นได้โดยง่ายและกว้างขวาง และสุดท้ายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาลก็จะล้มเหลว ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการจัดหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการโดยเร็วที่สุด

ส่วนเรื่องการกักตุนและลักลอบส่งออกนั้น จะไม่ปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องลอยนวลไปได้ง่ายๆ เป็นอันขาด เพราะหลักฐานขณะนี้เชื่อได้ว่าอาจมีการกักตุนและลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงๆ และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง

"ผมในฐานะกรรมาธิการ ป.ป.ช.จะได้เสนอปัญหาให้กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการ และคณะ เพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีนี้โดยเร่งด่วน เพราะขณะนี้เกิดสภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนักในประเทศ เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รีบเข้าไปตรวจสอบเส้นทางของหน้ากากจากโรงงานผลิตว่ากระจายไปที่ใดบ้าง มีการลักลอบกักตุนสินค้าหรือไม่ ทำไมคนไทยจึงไม่มีหน้ากากใช้ และใครร่ำรวยจากการแสวงประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชน ผมจะกระชากหน้ากากไอ้โม่งตัวจริงออกมาให้ได้"

นายประเดิมชัย กล่าวต่อว่า ขอเตือนท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่าให้สังคมเชื่อว่าการย้ายอธิบดีในครั้งนี้ทำไปเพื่อเป็นการตัดตอนขบวนการผลประโยชน์ที่หากินกับหน้ากากเป็นอันขาด รัฐบาลต้องรีบตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและรีบทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมกลับมาโดยด่วน และนอกเหนือจากการตรวจสอบแล้ว ผมเห็นว่าขณะนี้ในหลายประเทศ รัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการตรวจค้นหาเชื้อให้กับกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีอาการป่วยที่เชื่อว่าอาจจะได้รับเชื้อโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรีควรฟันธงประกาศมาตรการนี้โดยเร่งด่วน เชื่อว่าจะได้รับเสียงปรบมือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างแน่นอน" นายประเดิมชัย กล่าว

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการเตรียมเสนอยื่นญัตติเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหารือเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดย นายสุทิน กล่าวว่า หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดจะได้มีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการกันอย่างไรในเรื่องนี้ เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้รายชื่อครบ เพื่อวันศุกร์ที่จะถึงนี้จะได้นำรายชื่อมาดู เพื่อที่จะขอเสียงจากทางรัฐบาลร่วมสนับสนุน ทั้งนี้เราอยากให้รัฐบาลได้คิดว่าปัญหาทั้งหมดทั้งโควิด ทั้งภัยแล้ง ทั้งรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการรวมตัวของนิสิต นักศึกษา เราประเมินแล้วว่ารัฐบาลรับมือไม่ได้ เราจึงต้องช่วยกัน ที่ผ่านมาเราคิดว่ารัฐบาลจะเปิดประชุมเอง แต่เมื่อรัฐบาลไม่มีปฏิกิริยา เราจึงดำเนินการ วันนี้เสียงของเราไม่ถึง จึงขอความร่วมมือจากส.ส.ฟากรัฐบาล และส.ว. หรือเมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้วรัฐบาลจะขอเปิดเองเลย เราก็ยินดี อย่างไรก็ตาม การเปิดประชุมสมัยวิสามัญนี้ไม่ใช่การหลอกด่ารัฐบาล เราอยากให้รัฐบาลมองในแง่บวก มองว่าเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้ชี้แจง ไม่ใช่ให้คนมารุมด่ารัฐบาลอย่างที่เป็นอยู่นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ 13-14 มี.ค.ผ่านมา ในกลุ่มไลน์ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีการปะทะคารมกันขึ้นอีกครั้งในกรณีที่กลุ่ม 24 ส.ส. นำโดย นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ นำกลุ่ม ส.ส. 24 คน ตบเท้าโชว์พลังแถลงสนับสนุนพรรคอยู่ร่วมรัฐบาล หลังมีความเห็นต่างกรณีอภิรายไม่ไว่วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และหน้ากากอนามัยขาดตลาดจากการกักตุนของคนใกล้ชิดรัฐมนตรีในรัฐบาล โดย นายอันวา สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรค ระบุถึงนายชินวรณ์ ว่า ผมเห็นประธานวิปฯ นำแถลงตามข่าวว่าควรต้องรอผลการตรวจสอบเรื่องทุจริตหน้ากากอนามัยให้ชัดเจนเสียก่อน ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะพูดออกมาจากปากของท่านประธานเลย เพราะจับประเด็นไม่ถูกต้อง มันไม่ใช่ประเด็นที่อยู่ในเอกสารที่ผมและเพื่อนสมาชิกยื่นเข้าไป จึงขอชี้แจงให้เข้าใจ ดังนี้

ในเอกสารระบุว่า มติ 24:17 ให้ไว้วางใจ ร.อ ธรรมนัส 17 คนนั้น ไม่ไว้วางใจเพราะฟังแล้วผิดจริง ติดคุกมาจริง แต่เจ้าตัวก็ยังกล้ามาบิดเบือน ตอบในที่ประชุมสภาฯ ท่ามกลางสมาชิกว่า “ไม่ใช่เฮโรอิน แต่เป็นแป้ง” ทั้งที่มีจากคำพิพากษาของศาลประเทศออสเตรเลีย และเข้าใจว่าเป็นการพูดเอาตัวรอด แต่คนที่มีจิตสำนึกมีความปกติทางสมอง จะเชื่อถือในสิ่งที่เขาพูดหรือ และนั่นเป็นการดูหมิ่นดูแคลนว่าศาลออสเตรเลียไม่มีมาตรฐาน ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งผมจะดำเนินการสอบถามไปยังประเทศออสเตรเรียต่อไป เพียงแค่นี้ ผมและเพื่อนสมาชิกที่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนมา จึงต้องขอให้มีการทบทวนมติพรรค โดยที่ผมและเพื่อนไม่จำเป็นต้องพิจารณาในวุฒิการศึกษาและเรื่องอื่นๆเลย นั่นคือเรื่องในเอกสารที่ยื่นขอเปิดประชุม มันเป็นคนละประเด็นกับที่ท่านแถลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายชินวรณ์ ตอบว่า ผมเพิ่งลงเครื่องนครครับ. คิดว่าจะชี้แจงน้องอันวาร์. แต่พอดีได้อ่านเม้นท์ของอ.เจริญ ผมจึงทำตามที่ท่านขอร้อง. และเพื่อพรรคของเรา. ผมคิดว่าผมคนหนึ่งที่ยึดมั่นอุดมการณ์และรักพรรคของเราเหมือนเพื่อนๆ “เวลาจะบอกความจริง”ครับ

โดย นายอันวา โพสต์อีกครั้งว่า พี่ชินวรณ์ ตอบให้ชัดเจนเลยครับ อย่ากั๊กครับ มีอะไรบอกให้เคลียร์เลยเพราะพี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่วิลาสโกรธจนทำให้พี่วิลาสด่าจนพรรคเสียหายว่า มีคน3คน รับคำสั่งข้ามพรรคมาการเมือง ชัดเจนอย่ากั๊กที่ผ่านมาพรรคเราเสียหายเพราะไม่ชัดเจน ต่างคนจึงต่างคิดไม่ไปในทางเดียวกัน สำหรับผมที่ผ่านมาผมต้องการสร้างพรรค ผมชัดเจนมาก ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ไม่ชัดเจนที่อาจจะทำลายพรรคผมจะไม่ละเว้น

จากนั้น นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรมว.เกษตรฯและ อดีตส.ส.พิจิตร โพสต์ว่า “@Anwar แผ่นเสียงตกร่องอีกแล้ว จบเรื่องเดินหน้าทำงานกันต่อ หยุดแดกดันกันเถอะ ถูกผิด ดีไม่ดี หลังเลือกตั้งเที่ยวหน้ารู้เรื่อง วันนี้อย่าพึ่งตีตนไปก่อนเลยครับ”