เสือตัวที่ 6

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายระเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ยังคงเป็นสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว เพราะเกือบทุกประเทศในโลก ต่างมีการแพร่ระบาดไวรัสร้ายตัวนี้อย่างที่ไม่มีทีท่าจะหยุดยั้งได้ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้คร่าชีวิตผู้คนในโลกใบนี้ไปจำนวนหลายพันคน โดยมีประเทศที่อาการหนักอยู่หลายประเทศ อาทิ สาธารณสุขจีน รายงานเมื่อ 5 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ เพิ่มขึ้น 139 ราย เป็น 80,409 ราย ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงขึ้น ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 31 ราย เป็น 3,012 ราย สำหรับเกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 516 ราย รวมเป็น 5,328 ราย โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย หลังจากเมื่อวานนี้ ปธน.มูน แจอิน ประกาศทำสงครามกับโรคโควิด-19 และเพิ่มงบประมาณจำนวนกว่า 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือกว่า 3 แสนล้านบาท) ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส สำหรับอิตาลีได้สั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้วอย่างน้อย 3,090 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 107 ราย โดยสรุปสถานการณ์ ณ 5 มี.ค.63 พบว่า จำนวนผู้ป่วยสะสมทั่วโลก 95,477 คน เสียชีวิต 3,282 ราย

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ นายเดวิด มัลพาสส์ ประธานเวิลด์แบงก์ กล่าวอย่างยอมรับว่า ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนเรายังไม่รู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 และทุกประเทศในโลก มิอาจเพิกเฉยได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความร่วมมือกัน ระดมทรัพยากรอีกมากเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคนี้ นายมัลพาสส์ เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ และย้ำว่าการตอบสนองที่รวดเร็ว และครอบคลุม คือหัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตมวลหมู่มนุษยชาติท่ามกลางวิกฤติร่วมกันของโลกใบนี้ โดยเขาประกาศตั้งกองทุนช่วยเหลือเบื้องต้นในวงเงิน 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของประเทศที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และช่วยบรรเทาผลกระทบอันน่าเศร้าของวิกฤตครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว ความเร็วคือสิ่งจำเป็นในการรักษาชีวิตผู้คน มีสถานการณ์หลายอย่างที่อาจต้องระดมทรัพยากรมากกว่านี้ เราพร้อมจะปรับเปลี่ยนแนวทางและทรัพยากรต่างๆ ตามความจำเป็น

วัตถุประสงค์หลักของการตั้งกองทุนฉุกเฉินในครั้งนี้ มุ่งเน้นช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจนก่อน ในการยกระดับบริการด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันและต่อสู้กับโรคระบาด ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลประเทศต่างๆ ประสานความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นทุกภาคส่วน ซึ่งสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันนี้เป็นต้นไป ได้ชี้ให้เห็นว่า การอยู่ร่วมกันอย่างพันธมิตรต่างหาก ที่จะนำพาทุกชีวิตที่ไม่ว่าจะดำรงชีพอยู่ในพื้นที่ใด ให้สามารถฟันฝ่าอุบัติภัยต่างๆ โดยเฉพาะอุบัติภัยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกนาที

ความรุนแรงของไวรัสร้ายตัวล่าสุดที่กำลังทำร้ายทุกชีวิตบนโลกใบนี้ โดยที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ว่า โรคร้ายนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อะไรเป็นสาเหตุของไวรัสตัวนี้ และมันแพร่ระบาดได้ด้วยวิธีใดบ้างนอกจากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่กล่าวอ้าง และที่สำคัญ ทั้งโลกใบนี้ ยังไม่มีประเทศใดกล่าวยืนยันได้ว่า ค้นพบยารักษาโรคร้ายจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้แล้ว และยังอีกยาวไกลที่จะให้คำตอบต่อประชากรทุกพื้นที่ทุกดินแดนในโลกใบนี้ที่จะแจ้งว่า ได้ค้นพบวัคซีนในการป้องกันไวรัสร้ายตัวนี้ได้

ท่ามกลางความสับสน ตื่นตระหนกของทุกชีวิตในโลกใบนี้ ทำให้เกิดกระแสของการรวมตัว ร่วมมือกันของนานาอารยประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ หรือทางทหารสักเพียงใด ก็ยังต้องตระหนักถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ตัวนี้ร่วมกันกับประเทศด้อยพัฒนา หรือประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งความร่วมแรงร่วมใจในความพยายามต่อสู้กับโลกร้ายร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มชาติพันธุ์ใด กลุ่มศาสนา กลุ่มความเชื่อใด ต่างมุ่งมั่นที่จะต้องร่วมมือกันเข้าเผชิญกับภัยคุกคามร้ายตัวนี้ร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

เพราะภัยร้ายจากไวรัสตัวนี้ ชี้ให้เห็นเชิงประจักษ์ชัดแล้วว่า ไม่มีใครในโลกใบนี้ที่จะหาญกล้าเผชิญหน้ากับมันได้โดยลำพัง โดยเฉพาะกลุ่มคนในประเทศหรือพื้นที่ที่กำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนา ห่างไกลความพร้อมในทุกมิติที่จะต่อกรกับไวรัวตัวร้ายในขณะนี้ได้ ด้วยสถานการณ์ไวรัสร้ายตัวนี้ ทำให้ทุกชีวิตในทุกสังคมประเทศ ต่างต้องมาฉุกคิดกันอย่างจริงจังว่า โลกในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ ต่างเป็นโลกที่มีภัยร้ายนานาประเภท ต่างมีภัยร้ายจากโรคอุบัติใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดได้ และมันพร้อมที่จะเกิดขึ้น กลายพันธุ์ไปสู่ความร้ายกาจมากขึ้นๆ อย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้

ซึ่งนั่น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ทุกคนทุกดินแดน ต้องหันกลับมาร่วมกันต่อสู้กับภัยร้ายนานาประเภทที่กำลังเคลื่อนตัว ถาโถมเข้ามาสู่ทุกชีวิติในโลกโดยไม่เลือกชาติพันธุ์ ไม่เลือกชั้น วรรณะ ไม่เลือกเชื้อชาติ หรือศาสนาใด ภัยคุกคามเหล่านี้ พร้อมทำลายทุกชีวิตในโลกใบนี้อย่างเท่าเทียมกัน และนั่น จะเป็นกรณีศึกษา ที่เป็นบทเรียนสำคัญให้เห็นว่า คนในขบวนการแบ่งแยกผู้คนออกจากกันในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย ก็ต้องก้าวข้ามความเห็นต่าง และยอมรับความจริงว่า ตนและพรรคพวกของตนในดินแดนปลายด้ามขวาน ยังไม่มีความพร้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา หรือเวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งระบบงบประมาณที่เพียงพอต่อการนำมาช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่สังคมของตน ก็จะต้องตระหนักรู้ร่วมกันว่า กลุ่มของตน จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อนพี่น้องที่อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้โดยเฉพาะกับรัฐไทย แม้ว่าจะมีวิถีความเชื่อที่แตกตางกัน และต้องยอมรับความจริงร่วมกันอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา โดยสร้างความเข้าใจรับรู้กับพี่น้องประชาชนของตนในพื้นที่ว่า ต่อจากนี้ไป การอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ อย่างปกติสุข และนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้คนในกลุ่มตนได้อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดอย่างไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จำเป็นที่จะต้องก้าวข้ามความเห็นต่าง แล้วหันมาร่วมกันต่อสู้กับภัยคุกคามใหม่ๆ ในโลกใบนี้ อย่างเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐไทยอย่างไม่มีข้อสงสัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน