สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด -19 ในประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตเป็นรายแรกแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า อาการรุนแรงมาจากผู้ป่วยมีเชื้อไข้เลือดออกร่วมด้วย

ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน เป็นผู้ป่วยหมายเลข 43 ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี มีอาชีพดูแลนักท่องเที่ยว พบว่ามีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 37 ที่เป็นชายไทย อาชีพขับรถให้นักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในข่ายต้องสงสัย และเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังมาตั้งแต่ต้น

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มีผู้ป่วยหายดีกลับบ้านได้เพิ่ม 1 คน เป็นหญิงไทยอายุ 43 ปี ที่ติดโรคมาจากญี่ปุ่นแล้วเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ทำให้มีผู้ป่วยหายดีกลับบ้านได้แล้วรวม 31 คน เหลือรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 11 คน เสียชีวิต 1 ราย จากยอดผู้ป่วยทั้งหมด 43 คน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก

“ภาพรวมสถานการณ์ผู้ป่วยของไทยจึงดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น หลังพบผู้เสียชีวิตในไทยรายแรก โดยกระทรวงฯ ได้ขยายระดับการเฝ้าระวังเริ่มจากวันนี้มีการประชุมวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ซักซ้อมแผนรองรับ ซึ่งการทำงานจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ภายในใต้นิยาม "โรคติดต่อจังหวัด" โดยการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ จะปฏิบัติตามแนววินิจฉัย และปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และยังเพิ่มการคัดกรองมากขึ้น”

กระนั้น ประชาชนพึงต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ในชีวิตทั่วไปควรอยู่ห่างจากบุคคลที่มีอาการไอ จาม หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าเพื่อป้องกันการติดต่อ และไม่ทำให้ตนเองเป็นต้นตอในการแพร่ระบาดของโรค โดยไม่พาตนเองไปในสถานที่เสี่ยง และงดเดินทางไปประเทศเสี่ยง ผู้ที่สงสัยว่าตนอาจได้รับเชื้อนี้ ควรกักตนเองและเฝ้าติดตามอาการดูเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ไม่ควรออกไปในสถานที่อาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่น และควรสวม ผ้าปิดจมูก

ในขณะที่ในความเป็นจริง ยังพบว่าประชาชนจำนวนมากยังมีการปกปิดข้อมูลการเดินทางไปในประเทศเสี่ยง แม้บรรดาคนดัง ต่างออกมาแสดงสปิริตในการกักตนเองภายในบ้านหลังเดินทางกลับมาจากประเทศเสี่ยง และหลายองค์กรที่ออกมาสั่งห้ามไม่ให้พนักงานเดินทางไปในประเทศเสี่ยง คือ1.เกาหลีใต้ 2.ไต้หวัน 3.จีน4.มาเก๊า5.ฮ่องกง 6.ญี่ปุ่น7.มาเลเซีย8.เวียดนาม
9.สิงคโปร์ 10.อิตาลี 11.อิหร่าน

แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศให้ไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ประชาชน ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท

ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลตามความจริงจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ตรงกับอาการป่วย และสร้างความปลอดภัย ป้องกันบุคคลอื่นไม่ให้ติดโรค สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศ “โควิด-19” มีโทษตามพ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ยังคงมีผู้ที่ตั้งตนอยู่ในความประมาท ฝ่าฝืนเดินทางไปในประเทศเสี่ยง โดยไม่แจ้งต้นสังกัด เพียงเพราะเสียดายเงินค่าทัวร์และเห็นแก่ค่าทัวร์ มากกว่าคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตนเอง คนในครอบครัว และกระจายไปสู่สังคมส่วนใหญ่

เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเกิดความร่วมมือ และไม่เพิกเฉย หากพบผู้ที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางไปประเทศเสี่ยงเช่นนี้ ขอให้ดำเนินการลงโทษสูงสุดของกฎหมาย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน