พบความเสียหายพายุถล่มจังหวัดอุดรธานี บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 500 หลังคาเรือนเสียหายกระจายไปหลายอำเภอ ชาวบ้านเผยนาทีโสตายตอนพายุถล่มนึกว่าไม่รอดแล้ว พายุมาอีกวันนี้ลุ้นเสี่ยงดวง ขณะที่ครูโรงเรียนบ้านดอนกลางตาลเดี่ยวน้ำตาคลอย้ายมา 6 ปีโรงเรียนเจอพายุแล้ว 3 ครั้งโรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 สงสารเด็ก วอนน้ำใจคนไทยช่วยสร้างบ้านใหม่ให้โรงเรียน

พายุถล่มจังหวัดอุดรในหลายอำเภอ ชาวบ้านบอกโสตายนึกว่าไม่รอด ครูถึงกับน้ำตาคลอโรงเรียนโดนพายุถล่มแล้วถึง 3 ครั้ง โดยวันนี้ (3 มี.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพายุถล่มบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลักในหลายอำเภอ รวมทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นเกือบ 100 ต้น โดยเฉพาะที่อ.โนนสะอาดได้รับแจ้งจากนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ นายอำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี รายงานข้อมูลความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยในพื้นที่อ.โนนสะอาดมีพื้นที่ได้รับความเสียหายเหตุพายุฤดูร้อนเมื่อคืนนี้ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.โนนสะอาด 111 หลังคาเรือน ต.โพธิ์ศรีสำราญ 15 หลังคาเรือน รวม 126 หลังคาเรือน มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือ นายอภิวัฒน์ ศรีโมง อายุ 20 ปี ที่ขี้รถ จยย.ชนเสาไฟฟ้าที่หักโค่นขวางถนน แขนหัก ส่วนเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นด้วยแรงพายุเสียหายจำนวน 60 ต้น และเสาไฟฟ้าแรงต่ำ 3 ต้น รวม 63 ต้น ซึ่งทางอำเภอได้ประสาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งเข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้น และขณะนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าใช้ได้ทั้งอำเภอภายในวันนี้

นอกจากนี้พายุฤดูร้อนยังถล่มในหลายอำเภอคือ อ.หนองหาน อ.กุมภวาปี อ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.บ้านผือ และ อ.กู่แก้ว โดยที่ทางหลวงหมายเลข 2350 บริเวณบ้านเมืองพรึก อ.กุมภวาปี ไปถึง บ้านม่วงคอนสาย อ.กุ่แก้ว เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นจากแรงพายุเกือบ 100 ต้น เบื้องต้นมีรายงานอ.กู่แก้ว 2 ตำบล คือ ต.คอนสาย เสียหายหนัก 58 หมู่บ้าน ส่วนที่อ.หนองหานมีรายงานบ้านเรือนประชาชนเสียหายจากพายุจำนวน 395 หลังคาเรือน หนักสุดในต.พังงู คือที่บ้านดอนกลางเสียหายเกือบทั้งหมู่บ้าน และโรงเรียนอีก 2 แห่งคือที่โรงเรียนบ้านพังงูและโรงเรียนบ้านดอนกลางตาลเดี่ยวที่ได้รับความเสียหาย หนักสุดเห็นจะเป็นโรงเรียนบ้านดอนกลางตาลเดี่ยว อาคารเรียนจำนวน 3 อาคารพังยับไม่มีชิ้นดี คอกไก่และคอกหมูป่าหลังคาสังกะสีเปิดออกมาต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ภายในบริเวณโรงเรียนหักโค่นระเนระนาด โชคดีที่ไม่มีนักเรียน ครูและนักการภารโรงได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นางกรรณิการ์ บุญเกิด อายุ 35 ปี ครูโรงเรียนบ้านดอนกลางตาลเดี่ยว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านพายุมาแรงมาก ไม่ถึง 20 นาทีหลังคาอาคารเรียนทั้ง 3 อาคารปลิวว่อนไปกับแรงพายุ โดยเฉพาะอาคารเรียนชั้นอนุบาลและป.2 แต่ก่อนเป็น 2 ชั้นแต่เมื่อโดนพายุเมื่อปี 57 ทางคณะกรรมการโรงเรียนมีมติจะรื้อถอนแต่หากรื้อถอนจะไม่มีอาคารเรียนให้เด็กนักเรียนจึงตัดอาคารให้เหลือชั้นครึ่งทำหลังคาใหม่ แต่มาครั้งนี้ก็เจออีกจนได้ จากนั้นครูได้พาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจความเสียหายอีก 2 อาคารพบว่าอาคารเรียนของชั้นป.1-ป.6 ซึ่งเป็นอาคารเรียนสองชั้น ชั้นสองแรงพายุทำให้หลังคาและฝ้าเพดานถล่มลงมาทับโต๊ะนักเรียนจนพังยับเยิน เอกสารการเรียนของเด็กๆไม่เหลืออะไรเลย

ครูกรรณิการ์กล่าวไปน้ำตาคลอไป บอกอีกว่า รู้สึกเสียใจมาก ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ 6 ปีเจอพายุมาแล้ว 3 ครั้ง เห็นภาพแบบนี้แล้วเศร้ามาก เพราะโรงเรียนเหมือนบ้านหลังที่ 2 เห็นภาพแล้วพูดไม่ออกเจอมาหลายครั้ง ตอนนี้ก็คงต้องให้นักเรียนหยุดโรงเรียนไปก่อน โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปถึงชั้น ป.6 มีครู 8 คนเป็นผู้หญิงล้วนและไม่มีผอ. นักเรียน 92 คนตอนนี้สงสารเด็กๆ เพราะใกล้สอบแล้ว แต่ไม่มีสมุดหนังสืออะไรเหลิอเลย ตอนนี้คงต้องให้นักเรียนหยุดโรงเรียนไปก่อนรอทางหน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาช่วยเหลือต่อไป แต่หากน้ำใจคนไทยอยากจะเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่เพจโรงเรียนบ้านดอนกลางตาลเดี่ยวได้ตลอดเวลา

ขณะที่ความเสียหายจากพายุที่บ้านดอนกลาง ต.พังงู อ.หนองหาน พบว่าหลังคาบ้านปลิวว่อนเกือบทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ อย่างบ้านของป้าสวย โพสิง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขมี่ 87 หมู่ 3 บ้านดอนกลาง เล่าเหตุการณ์ระทึกตอนพายุถล่ม บอกว่า ตอนนั้นอยู่กับตาและหลานรวม 3 คนตอนพายุมาแรงมาก ได้ยินเสียงลมจากนั้นก็ได้ยินเสียงข้างบนบ้านพังครืนลงมา ตนและสามีก็ร้องตกใจและสั่นมาก เพราะเกิดมาเกือบ 60 ปีเพิ่งมาเจอวันนี้ เคยเห็นแต่ข่าวที่อื่นไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง ตอนบ้านพังคิดในใจว่า โสตายแล้ว!!! เป็นไงเป็นกัน โชคดีที่ตนสามีและหลานรอดมาได้ทั้ง 3 คนเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

ส่วนที่บ้านของนางกรรณิการ์ เสียงอ่อน อายุ 35 ปีชาวบ้านอีกหลังในบ้านดอนกลางพายุถล่มจนชั้น 2 ของบ้านปลิวว่อนและเสาบ้านล้มมาทับรถยนต์เก๋งวีออสสีขาวจนได้รับความเสียหายกระจกหลังแตก

นางกรรณิการ์ บอกว่า ช่วงก่อนพายุมาตอนนั้นตนเองอยู่กับลูกชั้นล่าง แต่มีหลานวัย 14 อยู่ชั้นบนบ้าน พอพายุมา ได้ยินแต่หลานที่อยู่ด้านบนบอกว่า ช่วยด้วยๆ แต่ตอนนั้นช่วยอะไรไม่ได้เพราะยังมีพายุ พอสงบก็เจอหลานค่อยๆ เดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน ตอนแรกนึกว่าหลานตายไปแล้ว ตกใจมากเกิดมาไม่เคยเจอพายุหนักขนาดนี้

ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี รายงานว่า พายุร้อนฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา กระจายไปในหลายพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.โนนสะอาด กุมภวาปี หนองหาน บ้านผือ รวมความเสียหาย 8 ตำบล 26 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรเสียหายรวม 546 หลัง อ.หนองหาน ถือว่าได้รับความเสียหายหนักที่สุด มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 395 หลังคาเรือน อ.โนนสะอาด 2 126 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นรวม 70 ต้น อ.กู่แก้ว 2 ตำบล คือ ต.คอนสาย เสียหายหนัก 58 หมู่บ้าน เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 100 ต้น ส่วนที่ อ.บ้านผือ เสียหาย 1 ตำบลคือ หมู่ 8 หมู่ 9.จำนวน 20 หลังคาเรือน โดยในวันนี้และวันพรุ่งนี้ในพื้นที่จ.อุดรธานีต้องเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนที่จะเกิดซ้ำขึ้นมาอีก จึงขอแจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอ.หนองหานระดมกำลังคนเพื่อเดินทางเข้าไปรื้อถอนและนำเสาไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปติดตั้งใหม่บริเวณสามแยกทางเข้าอ.กู่แก้วปรากฎว่าพนักงานขับรถของสำนักงานการไฟฟ้าเกิดเป็นลมบ้าหมูกัดลิ้นตัวเอง เจ้าหน้าที่ต้องรีบโทรเรียกหน่วยกู้ชีพของทต.คอนสายเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ท่ามกลางการโล่งอกของเพื่อนๆ การไฟฟ้าและรีบนำส่งรพ.กู้แก่วเป็นการรักษาเร่งด่วน/

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน