วันที่ 3 มีนาคม 2563 ที่สถานีเรือหนองคาย (นรข.เขตหนองคาย) อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,น.อ.โชคชัย เรืองแจ่ม รอง ผบ.นรข. ,น.อ.ชัชวาลย์ โตรุ่ง ผบ.นรข.เขตหนองคาย ,น.ท.ธิติวัฒน์ เนียมประพันธ์ ผบ.หมู่เรือที่ 4 /รักษาราชการแทนหัวหน้าสถานีเรือหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีเรือหนองคายประกอบด้วย ร.อ.ณรงค์ฤทธิ์ อันบุรี, จ.อ.ถาวร คงรอด, จ.อ.สันทัด เลี่ยมเพ็ชรรัตน์, จ.อ.มนตรี จันทร์เปรม, จ.อ.ภาคภูมิ ทองพันธ์, จ.อ.ธเนศ เสียงเลิศ, จ.อ.ชัยยัน พันชมพูร่วมกับ พ.ต.ท.ประเสริฐ ธรรมชัย รอง ผกก.กก.สส.ภ.จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี,เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเดื่อ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.สมพงษ์ ศรอากาศ ผบ.นรข. , พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ,พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย ,พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย
ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม ท้าวพู พนเดชา อายุ 27 ปี ชาวบ้านนาร่อง เมืองหาดทรายฟอง แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดสีใส รวมจำนวน 142 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 141.9 กิโลกรัม ,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ลักษณะเป็นผงสีขาวอัดเป็นแท่ง รวมจำนวน 99 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 37.62 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

น.ท.ธิติวัฒน์ เนียมประพันธ์ ผบ.หมู่เรือที่ 4 /รักษาราชการแทนหัวหน้าสถานีเรือหนองคาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่สถานีเรือหนองคาย (นรข.เขตหนองคาย) ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งมอบยาเสพติด ที่บริเวณเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านสีกายใต้ ม.2 ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนทำการจับกุม

ต่อมาในเวลาประมาณ 16.00 น. (2 มี.ค.) น.ท.ธิติวัฒน์ ฯ จึงได้นำกำลังทางบกเดินทางไปยังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ดังกล่าวข้างต้น และได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดที่ 1 ดักซุ่มตรวจอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุดที่ 2 ประกอบด้วย ดักซุ่มตรวจอยู่บริเวณทางด้านทิศเหนือน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขง จนกระทั่ง เวลาประมาณ 19.00 น. (2 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องส่องตรวจการณ์เวลากลางคืนส่องตรวจการณ์สังเกตเห็นรถยนต์จำนวน 1 คัน แล่นเข้ามาจอดยังบริเวณบันไดทางขึ้น-ลงเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสีกายใต้ ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย และสังเกตเห็นเรือเพลายาว จำนวน 1 ลำ แล่นเข้ามาจอดยังบริเวณดังกล่าว
จากนั้นได้สังเกตเห็นกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 7 คน แบกวัตถุต้องสงสัยบางอย่างเดินขึ้นจากเรือฯ แล้วเดินไปยังจุดที่รถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ (บันได ทางขึ้น-ลงเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสีกายใต้ฯ) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้น

เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ รถยนต์คันดังกล่าวได้แล่นด้วยความเร็วหนีหายออกไปทางถนนหมายเลข 2017 และได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัยและวิ่งหนีกลับไปยังเรือเพลายาวแล้วขับเรือแล่นออกไป แต่ท้าวพู พนเดชา (ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรอบบริเวณ ผลการตรวจค้นบริเวณพื้นดังกล่าวโดยละเอียดพบกระสอบลักษณะ สี่เหลี่ยมสีขาว จำนวน 6 กระสอบ วางอยู่บริเวณบันไดทางขึ้น-ลงเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงฯ เมื่อแกะกระสอบลักษณะสีเหลี่ยมสีขาวออก พบว่าภายในเป็นยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดสีใสบรรจุอยู่ในห่อพลาสติกสีเขียวแล้วห่อทับด้วยพลาสติกใสอีกชั้น และพบยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ลักษณะเป็นผงสีขาวอัดเป็นแท่ง บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกสีเหลืองห่อด้วยกระดาษไขแล้วห่อทับด้วยพลาสติกสีเขียวอีกชั้นจนแน่น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดมา ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สถานีเรือหนองคาย อีกครั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ท้าวพู ฯ ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมด เป็นของตนกับพวกที่หลบหนี โดยตนกับพวก รวมจำนวน 7 คน ได้ถูกท้าวเตี้ย ราษฎรบ้านนาร่อง เมืองหาดทรายฟอง แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ว่าจ้างให้นำยาเสพติดทั้งหมด ไปส่งมอบให้พ่อค้ายาเสพติดยังฝั่งไทย โดยจะมีคนมารอรับยาเสพติดดังกล่าว ยังบริเวณเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสีกายใต้ หมู่ 2 ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เมื่อเสร็จงานตนและพวกที่หลบหนี จะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน จำนวนคนละ 10,000 บาท แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับได้เสียก่อน ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.บ้านเดื่อ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance