เมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนคพรนม ได้มีการนำข้อมูลมาเผยแพร่ทางโซเชียล เพื่อเตือนประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน เกี่ยวกับมีการดำเนินคดีคนปั่นจักรยาน เมาแล้วขับ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครพนม มีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร จับกุมเมาแล้วขับ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ช่วงคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา จนกระทั่งมี นายวิรัตน์ วิโย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในเขตชุมชนเทศบาลเมืองนครพนม ได้ปั่นจักรยานมาถึงด่านตรวจ ด้วยอาการเมาสุรา ทางตำรวจจึงได้มีการเรียกตรวจเป่าแอลกอฮอล์ พบปริมาณแอลกอฮอล์ สูงถึง 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่า สูงเกินกฎหมายกำหนด คือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พร้อมบันทึกจับกุมดำเนินคดี ตามกฎหมาย และมีการเปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 500 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12 ) ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่มีอัตราโทษ ตามมาตรา 83 แค่เปรียบเทียบปรับ ไม่ได้ นำส่งฟ้องศาล เหมือนกับผู้ขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีอัตราโทษทั้งจำทั้งปรับ

จนกระทั่งได้มีการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อ ทำให้มีกระแสสังคมบางกลุ่ม ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปหลากหลายมุมมอง บางกระแสมีการวิจารณ์ว่ากระทำเกินกว่าเหตุ โดยทางตำรวจจึงได้ ออกมาชี้แจงยืนยันว่า กระทำตามกฎหมาย ซึ่งเป็น พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 12 แก้ไขใหม่ปี 2562 ในมาตรา 83 ระบุไว้ว่า ในทางเดินจักรยาน ไหล่ทาง หรือทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จักรยาน ขับในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่น ขับโดยประสาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิด อันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ทั้งนี้ทางตำรวจ จึงได้ฝากเตือนประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ขับขี่รถจักรยาน หรือยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เมาห้ามขับ และใช้ควสามเร็วตามกฎหมายกำหนด เพราะมีโทษตาม พ.ร.บ.จราจร ทางบก ที่สำคัญยังเป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บเสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นกฎหมายใหม่ที่ประชาชน จะต้องรับรู้ ปฏิบัติตาม เคร่งครัด ส่วนสถิติ การจับดำเนินคดีเมาแล้วขับ ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2562 ผ่านมา พื้นที่ จ.นครพนม มีการจับกุม มากกถึง 290 ราย และในช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ 2563 ที่ผ่านมา จับกุมมากกว่า 600 ราย

ด้าน นายวิรัตน์ วิโย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในเขตชุมชนเทศบาลเมืองนครพนม ผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนปั่นจักรยานมาจากดื่มเหล้ากับเพื่อน พอเห็นด่านตรวจ บริเวณหน้าสถานีขนส่ง บขส.นครพนม จึงขับผ่านมา แต่ไม่ได้คิดอะไร ยอมรับว่าเมาสุรา แต่ไม่รู้ว่าปั่นจักรยานผิดกฎหมาย จากนั้น ทางตำรวจจึงเรียกตรวจ เป่าแอลกอฮอล์ ระบุว่า ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด คือ 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยทางตำรวจแนะนำว่าผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2562 แก้ไขใหม่ ซึ่งตนได้ยอมรับ ไม่ได้โวยวาย และไม่ได้ขัดขืน ถือเป็นความรู้ใหม่ เพราะตอนแรกไม่เคยรู้มาก่อน ทางตำรวจจึงได้ ลงบันทึกจับกุม ตามขั้นตอน และนำสำเนาบันทึกจับกุมให้ลงชื่อ มอบไว้ให้ส่วนหนึ่ง และให้ไปติดต่อเสียค่าปรับที่โรงพัก เป็นเงิน 300 บาท ภายใน 15 วัน และตนก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่ได้ติดใจการทำงานของตำรวจ ถือว่าทำตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ตำรวจนครพนม ได้รับนโยบายจากรัฐบาล รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเพิ่มมาตรการเข้ม ในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ควบคู่ในการบังคับใช้กฎหมาย โดยได้มอบนโยบายให้ตำรวจ ในสังกัด พื้นที่ 12 อำเภอ 19 โรงพัก เน้นประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจประชาชน ในการปฏิบัติตามกฎจราจร ใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย รวมไปถึงการกวดขันวินัยจราจร เพิ่มมาตรการเข้มจับกุมผู้ขับรถใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด เข้มงวดจับกุมผู้ขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งมีการตรวจสอบจับกุมต่อเนื่อง เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังได้ย้ำประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชน ตระหนักถึงการป้องกันอุบัติเหตุ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรเคร่งครัด ยิ่งทุกวันนี้ มีกฎหมายใหม่ที่ประชาชน ต้องทำความเข้าใจ ปฏิบัติตามเคร่งครัด ในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงกฎหมายใหม่ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2562 เกี่ยวกับผู้ปั่นจักรยาน ขณะเมาสุรา ถือว่าปิดกฎหมาย แต่ทางตำรวจ ได้เริ่มประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ เพราะอยากให้ ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราหากผู้ขับขี่เมาสุรา ไม่ว่าจะเป็นรถอะไร ถือว่าเป็นต้นเหตุ ของการเกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิต ตามมา ฝากประชาชน ช่วยกันป้องกัน

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance