นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ โดยให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาให้กับพนักงานภายในประเทศไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามจริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นั้น ทางทีเส็บได้เร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้แคมเปญประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ โดยเปิดตัวโครงการแรกกระตุ้นการเดินทางประชุมสัมมนาสำหรับกลุ่มองค์กรบริษัทเอกชนระยะสั้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกรกฎาคมนี้

โดยปี 2562 จากการสำรวจสถิติธุรกิจไมซ์ในประเทศของทีเส็บ พบว่า มีการจัดประชุมสัมมนา และเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ 20,251 งาน มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา และเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ 1,935,030 คน คิดเป็นการประชุมขององค์กรบริษัทเอกชนจำนวน 17,499 งาน และเป็นนักเดินทางจากบริษัทเอกชนที่มาประชุมสัมมนาถึง 1,732,410 คน สร้างรายได้กว่า 4,097 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันองค์กรบริษัทเอกชนมีการจัดกิจกรรมให้กับพนักงานและคู่ค้าเป็นประจำตลอดปี ดังนั้นการกระตุ้นตลาดการประชุมของกลุ่มองค์กรบริษัทเอกชนให้หันมาประชุมสัมมนา และเดินทางในประเทศจึงสามารถดำเนินการได้ทันที ประกอบกับมาตรการลดหย่อนภาษี เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้องค์กรบริษัทเอกชนมีการจัดประชุมสัมมนาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาค

ทั้งนี้ นายจิรุตถ์ กล่าวว่า แคมเปญมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ สำหรับกลุ่มองค์กรบริษัทเอกชน คือ การสนับสนุนองค์กรบริษัทเอกชนจัดประชุมสัมมนาและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศ ในรูปแบบบัตรกำนัลมูลค่า 20,000 บาทต่อกลุ่ม ซึ่งจะต้องมีผู้เข้าร่วมงานอย่างน้อย 40 คนขึ้นไป มีวันพักค้างอย่างน้อย 1 คืน และต้องเป็นการจัดกิจกรรมข้ามจังหวัดกับที่ตั้งของบริษัทนั้นๆ โดยกำหนดเป้าหมายระยะแรกว่าจะสามารถกระตุ้นการจัดประชุมขององค์กรบริษัทเอกชนได้ไม่น้อยกว่า 500 กลุ่ม หรือเฉลี่ย 20,000 ถึง 40,000 คน และคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 70 ล้านบาท

ซึ่งทีเส็บวางแผนส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ สำหรับกลุ่มองค์กรบริษัทเอกชน โดยเตรียมการสร้างการรับรู้แคมเปญผ่านช่องทางการสื่อสาร ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งการจัดกิจกรรมให้กับบริษัทเอกชน สัมผัสประสบการณ์จัดประชุมสัมมนาในประเทศในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมองค์กรบริษัทเอกชนจัดประชุมสัมมนาในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยกิจกรรมแรก คือ การจัดกิจกรรมแฟมทริป นำคณะผู้บริหารระดับสูงองค์กรและสื่อมวลชนกว่า 50 ราย สัมผัสประสบการณ์ร่วมกิจกรรมประชุมสัมมนา ณ ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี และหารือความร่วมมือพร้อมแสดงเจตนารมณ์ในการจัดประชุมสัมมนาในประเทศ ที่โรงแรมอมารี พัทยา ช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้องค์กรบริษัทเอกชนร่วมใจกันจัดประชุมสัมมนาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นสื่อมวลชน อาทิ แถลงข่าว การจัดทำสกู๊ปประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยรายงานความคืบหน้ากิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ ตลอดจน กิจกรรมผลิตและเผยแพร่สื่อ เพื่อแนะนำและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้โครงการทั้งทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์ โดยให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้แทนสมาคม บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ มีส่วนร่วมเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นและประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมอบรมสัมมนาในประเทศ รวมถึงร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้องค์กรหน่วยงานจัดประชุมในประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยเข้าร่วมการประชุมสัมมนาในประเทศผ่านสื่อครบวงจร ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะมีเป้าหมายนักเดินทางไมซ์ในประเทศกว่า 36,395,000 คน สร้างรายได้ 127,100 ล้านบาท สำหรับองค์กรบริษัทเอกชน ที่สนใจขอรับการสนับสนุนแคมเปญประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ สามารถสมัครและศึกษารายละเอียดได้ที่ www.thaimiceconnect.com

กองทุนประกันวินาศภัย