นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ว่า บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตราการขยายตัวของรายได้และกำไรสุทธิได้เป็นที่น่าพอใจ โดยรายได้อยู่ที่ 6,117 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 คิดเป็น 9.9% และ 10.3% ตามลำดับ

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญกับปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้นักท่องเที่ยวไปจุดหมายปลายทางอื่น ซึ่งกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในประเทศไทยโดยตรง ส่วนของปัจจัยภายใน มาจากการยุติการให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แต่ทางบริษัทฯ ยังดูแลพนักงานของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งเดิมไว้ทุกคน เพื่อรักษาแบรนด์และต่อยอดธุรกิจในระยะยาว โดยบริษัทฯ ยอมแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว

โดยบริษัทฯ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาอัตราการขยายตัวของรายได้และกำไรไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงสร้างทางการเงินด้วยการจัดโครงสร้างทรัพย์สินให้มีศักยภาพมากขึ้น อาทิ การขายโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟท์ ให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี หรือ DREIT การจัดการบริหารทรัพย์สินและเงินลงทุนเพื่อรับรู้กำไร รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการลงทุนเพื่อรักษาแบรนด์และต่อยอดทางธุรกิจในระยะยาว ช่วยเติมพอร์ตให้รายได้ของกลุ่มดุสิตธานีมีความหลากหลายและสร้างสมดุลมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2562 ได้มีการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวอีกกว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.การลงทุนเพื่อรักษาแบรนด์และต่อยอดธุรกิจได้ในระยะยาว เช่น การลงทุนในโรงแรมดุสิต สวีท ราชดำริ และโรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ การเปิดให้บริการร้านอาหารบ้านดุสิตธานี การให้บริการน้ำสปา ที่ต่อยอดมาจากเทวารัณย์ สปา 2.การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น การขยายธุรกิจบริหารจัดการวิลล่าระดับหรู Elite Havens เพิ่มเติม รวมถึงการจัดตั้งบริษัท ดุสิตฟู้ดส์ จำกัด เพื่อการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจอาหาร ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง จำกัด ซึ่งให้บริการจัดการอาหาร Catering แก่โรงเรียนนานาชาติ การลงทุนร่วมกับ Real Foods (Pty) Ltd เพื่อประกอบธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันรายได้จากธุรกิจอาหารเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ธุรกิจอาหารสามารถเสริมพอร์ตรายได้ของกลุ่มดุสิตธานีให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

กองทุนประกันวินาศภัย