"ปลัดมท."สั่งพ่อเมืองทั่วไทย ห้ามขรก.ในสังกัดเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง "โควิด-19" กำชับเข้มคัดกรองเข้าออกทุกด่านชายแดน

วันที่ 27ก.พ. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องแนวปฏิบัติการเดินทางไปราชการต่งประเทศชั่วคราวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) โดยมีเนื้อหาระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทยอยู่ในระยะ 2 คือเริ่มมีการติดเชื้อจากคนสู่คนภายในประเทศ และได้ยกระดับการแจ้งเตือนการระบาดของโรค เป็นระดับ 3 คือให้ประชาชนหลีกเลี่ยง การเดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในสถานการณ์ดังกล่าว และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของการติดเชื้อ กระทรวงมหาดไทยจึงได้กำหนดแนวปฏิบัติในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ดังนี้

1.ในกรณีเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษ
ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สาธารณรัฐสิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1.1 ไม่อนุมัติ หรืออนุญาตให้ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ลาพักผ่อนเพื่อเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง

1.2 ห้ามข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปราชการต่างประเทศยังประเทศกลุ่มเสี่ยง นอกจากมีความจำเป็นอย่งยิ่งยวต หรือเป็นการเข้าร่วมการประชุมตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ให้พิจารณาตามความจำเป็น เหมาะสม ในกรณีที่ได้รับการอนุญาตการเดินทางไปราชการต่างประเทศแล้ว อาจพิจารณายกเลิก ระงับ หรือเลื่อนการเดินทางให้พ้นช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ออกไปก่อน และจะต้องมีมาตรการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ COVID-19 อย่างเคร่งครัด

2. ในกรณีเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาถึงความจำเป็น เหมาะสม ในการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการ และบุคลากรในสังกัด

3. ในกรณีที่พบว่าข้าราชการและบุคลากรในสังกัดเดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้กำชับข้าราชการและบุคลากรดังกล่าว เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อย่างน้อย 14 วัน หลังจากการเดินทางกลับถึงประเทศไทยและกรณีที่พบว่ามีไข้หรือมีอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแจ้งประวัติการเดินทางให้ทราบทันที

4.ในส่วนของจังหวัดชายแดน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการควบคุม กำกับดูแลการเดินทางเข้าออกจุดผ่านแดนต่างๆ ทั้งในจุดผ่านแดนที่ได้กำหนดให้มีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไว้แล้ว จำนวน 68 แห่ง ส่วนกรณีจุดผ่านแดนที่ไม่ได้กำหนดให้มีต่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอาทิ จุดผ่อนปรนทางการค้าช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามตามแนวชายแดนต่างๆ ขอให้กำชับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เข้มงวดในการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าออกอย่างใกล้ชิด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน