ปอศ.จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เครือข่ายเปิดแอพริเคชั่นปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดแนวใหม่ หากไม่จ่ายเงินจะส่งข้อความทวงหนี้ประจาน เหยื่อสุดช้ำ “โดนไล่ออก” พนักงานเผย ยิ่งทวงยิ่งได้ส่วนแบ่งเยอะ พบเงินหมุนเวียน 30 ล้าน

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 26 ก.พ.63 ที่บก.ปอศ..พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาณุพงษ์ กะระกล , พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชาพ.ต.ท.กริช วรทัต , พ.ต.ท.คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก.5บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ.ร่วมกันจับกุม1.น.ส.จามจุรี ตั๋นปั๋น อายุ 22 ปี กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บจก.บางกอกโลนในฐานะนิติบุคคล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 264/2563 ลง 24 ก.พ. 2. นายหยู ตันฮวน อายุ 27 ปี สัญชาติจีนตามหมายจับศาลอาญาที่ 263/2563 ลง 24 ก.พ. โดยจับกุมผู้ต้องหารายแรกได้ที่ หน้าบริษัท 101 บิสซิเนส คอนซัลแทนซี จำกัด เลขที่ 7/33 หมู่ 11 ต.บางปลา อ.บางพลีจ.สมุทรปราการ จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน ได้ที่ อาคารชุด ทีซีกรีน คอนโดมิเนียม อาคาร C เลขที่ 882/151 ชั้น 14 ถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า ทั้งนี้คดีนี้เริ่มจากมีกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าได้ทำการกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ "BAHTLOAN" ซึ่งในการกู้ยืมเงินนี้จะถูกหักค่าบริการทันทีจากยอดที่กู้ยืมจริง เช่น กู้เงิน 3,000 บาทได้รับเงินจริงประมาณ 1,600 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดชำระหนี้ จะมีพนักงานติดตามทวงหนี้โดยใช้วาจารุนแรงและส่งข้อความประจานไปยังเพื่อนๆ ของผู้กู้ให้ได้รับความอับอาย นอกจากนี้ยังคิดอัตราค่าติดตามทวงถามถึงวันละ 300 บาทสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้กู้เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวน จนพบว่าแอปพลิเคชั่น “Baht Loan” มีการตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารสำนักงานย่านรัชดาภิเษก โดยเปิดกิจการในนาม บริษัท บางกอกโลน จำกัด เมื่อตรวจค้นสำนักงานบริษัทบางกอกโลน ซอยรัชดาภิเษก 7 แขวงและเขตดินแดง พบว่ามีพนักงานเกือบ 50 คนกำลังปฏิบัติงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ในลักษณะพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้าผู้กู้เงิน โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าได้

จากการสอบสวนพนักงานในบริษัททราบว่า พนักงานแต่ละคนมีหน้าที่ในการเร่งรัดหนี้สินโดยจะรับผิดชอบลูกค้าผู้กู้ประมาณคนละ 40-60 ราย ต่อคนใน 1 วัน ซึ่งหมายความว่าในแต่ละวันกลุ่มพนักงานมีการติดต่อเร่งรัดหนี้สินจากลูกค้าผู้กู้เกือบ 1,600 รายต่อวัน มีเงินรางวัลให้เร่งรัดทวงหนี้ ยิ่งทวงได้เยอะ ก็จะได้รางวัลมากสำหรับวิธีการปล่อยกู้นั้น คนกู้จะต้องโหลดแอพพลิเคชั่นมาก่อน โดยทางบริษัทจะขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในมือถือของผู้ปล่อยกู้ ทั้งรายชื่อมือถือของเพื่อน การโทร.เข้าออก รวมถึงข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผู้กู้ โดยผู้กู้สามารถกู้ได้ในวงเงินระหว่าง 2,000-50,000 บาท ต้องคืนภายใน 7 วัน มีคนขอกู้เยอะมาก เพราะไม่ต้องมีคนค้ำประกันเงินกู้และไม่ต้องใช้เอกสารทางการเงินมาก แต่หากผิดนัด บริษัทจะส่งข้อมูลประจานไปยังเพื่อนในมือถือ และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีการหักค่าธรรมเนียมทำให้ไม่ได้เงินครบจำนวนตามที่ขอกู้มา
ผู้เสียหายรายหนึ่งเผยว่า ตนรู้จักผ่านทางระบบสโตร์ในมือถือ จึงโหลดมา เพราะมีปัญหาทางการเงินและดูรีวิวพบว่ามีแต่คนชมว่าแอพนี้ดี ก็เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง จากนั้นจึงได้กู้เงินมาจากแอพดังกล่าวใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วันเท่านั้น ตนกู้เงินไป 3 พันบาท ได้รับ 1,600 บาท เดิมต้องจ่าย 3,012 บาทใน 7 วันโอนเข้าบัญชี แต่ตนไม่มีเงินมาจ่าย 7 วัน ดอกเบี้ยจึงคิดเพิ่ม ที่ผ่านมาตนจ่ายไปแล้วทั้งหมด 4,300 บาท แต่หนี้ยังไม่หมด เพราะที่จ่ายแอพอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย อีกทั้งพอจ่ายไม่ทันวงรอบ 7 วัน แอพจะส่งข้อความไปหาเพื่อนในมือถือจนตนเองได้รับความเดือดร้อน เพราะหัวหน้างานตนมีชื่อในมือถือด้วย พอข้อความทวงเงินไปถึงหัวหน้า ทำให้ตนถูกบริษัทไล่ออกซ้ำเติมอีกด้วย

ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของนายหยูที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างลูกค้า มีจำนวนเงินเกือบ 30 ล้านบาท ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วน น.ส.จามจุรี เป็นนอมินี ถูกจ้างมาเพื่อให้เป็นกรรมการบริษัท ทางตำรวจแจ้งข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและผิดพรบ.ทวงหนี้โดยจะตรวจสอบเรื่องภาษีและความผิดคนไทยเปิดบริษัทแทน ถือเป็นความผิดกฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว ซึ่งต้องตรวจสอบหลักฐานก่อน จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้นเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน