เมื่อ 25 ก.พ. 63 เวลา 09.30 น. พ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ เมื่อ 23 ก.พ. 2563 เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ร่วมกับกองกำลังตำรวจนราธิวาสได้สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายและได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว บ้านไอสะเตียร์ หมู่ 8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 5 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 9 กระบอก, วัตถุระเบิดและอุปกรณ์ยังชีพหลายรายการ และล่าสุด เมื่อ 24 ก.พ. 63 เวลา 16.45 น. เจ้าหน้าที่ได้ปะทะคนร้ายเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย พร้อมยึดอาวุธปืนAk47 ได้อีก 1 กระบอก ในการนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ ดังนี้

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 6 ราย แม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากการยิงใส่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเข้าช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมและอำนวยความสะดวกในการจัดการศพผู้เสียชีวิต ตามหลักศาสนาที่ถูกต้องอย่างดีที่สุด พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับผู้นำ 4 เสาหลัก และประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องของเหตุการณ์เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือนโจมตีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังที่เคยปรากฏมาอย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา ในห้วงเวลาเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการปะทะกับคนร้ายที่เหลืออีกหลายระลอกและภายหลังเหตุการณ์สงบจึงเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยพิสูจน์หลักฐานและส่วนที่เกี่ยวข้องขึ้นมาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจนแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 18.00 น. ก่อนช่วยกันลำเลียงศพผู้เสียชีวิตลงมาตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาล แต่การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าภูเขาและต้องปิดไฟเดินในห้วงเวลากลางคืนเพื่อป้องกันถูกซุ่มโจมตีโดยเจ้าหน้าที่สามารถนำศพลงมาถึงโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อ 24 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 04.00 น. และได้ทำการตรวจชันสูตรและยืนยันตัวบุคคลก่อนให้ญาติรับไปประกอบพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว สำหรับคนร้ายอีก 1 ราย ที่เสียชีวิตจากการปะทะเพิ่มเติม

เมื่อ 24 ก.พ. 63, 16.45 น. ญาติรับไปประกอบพิธีตามศาสนาเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 25 ก.พ. 63, 05.00 น. ทั้งนี้สามารถยืนยันผู้เสียชีวิตได้ ดังนี้ นายมูฮามะซุลกิฟลี สือแม 131 หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย เคยร่วมก่อเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อ 13 มี.ค. 2559 นายยากี เวาะงอย 328/5 หมู่8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 2 หมาย นายอาดฮาร์ สะอิ 201/2หมู่ 9 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย นายมากะรูดิง อูเซ็ง 7/2 หมู่ 4 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ ไม่มีหมายจับ ต้องสงสัยเหตุยิงก่อกวนกองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ 4 ม.ค. 63 นายเจ๊ะลีมา ลาเต๊ะบือริง 5/1หมู่ 5 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส.พฤติกรรม : ไม่มีหมายจับ ต้องสงสัยยิงก่อกวนใส่กองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ 4 ม.ค. 63 นายอาแว สามะ 278/1 หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย (ปะทะ 24 ก.พ. 63, 16.45 น.)

จากการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 5 ราย พบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการและปฏิบัติการในพื้นที่ มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 9 หมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญในพื้นที่หลายเหตุการณ์ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดอาวุธปืนชนิดต่างๆ รวม 10 กระบอก ประกอบด้วย ปลย.M16 จำนวน 5 กระบอก, ปืน Hk33 จำนวน 1 กระบอก, ปืน Ak47 จำนวน 1 กระบอก, ปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก และปืนพก จำนวน 2 กระบอก นอกจากนี้ยังยึดระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอส์ม 8 ลูก, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง และเป้สนาม 15 ใบ ซึ่งภายในบรรจุสัมภาระ และสิ่งยังชีพอีกหลายรายการ ซึ่งจะทำตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงคดีและเครือข่ายคนร้ายต่อไป จากประวัติและพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายรวมของกลางที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเตรียมการลงมาก่อเหตุในพื้นที่แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้สามารถระงับยับยั้งการสูญเสียขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังคงยึดมั่นการแก้ปัญหาตามแนวทางสันติวิธี ตามแนวทางการเมืองนำการทหารด้วยการใช้เวทีสภาสันติสุขทั้ง 282 ตำบล 8 ชุมชนเทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนเสนอคณะพูดคุยและสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงและผู้ให้การสนับสนุนเพื่อตัดวงจรการก่อเหตุรุนแรงและคืนความยุติธรรมให้เหยื่อที่ถูกละเมิด พร้อมกับขอความร่วมมือช่วยกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสคนร้ายผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061-173-2-999 ตลอด 24 ชั่วโมง

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน