"ชุดพยัคฆ์ไพร" ร่วมกับชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน ตำรวจ ทหาร เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง สระบุรี หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีไม้ชิงชันจากทางภาคเหนือนำมาแปรรูป เตรียมส่งออกต่างประเทศผ่านท่าเรือแหลมฉบัง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการนี้เริ่มขึ้นเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา หลังจากพลเมืองดีแจ้งเบาะเเสความเคลื่อนไหวของขบวนการค้าไม้ชิงชันข้ามชาติกับชุดปฏิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)ว่า มีการลำเลี้ยงไม้ชิงชันจากพื้นที่ภาคเหนือ นำมาแปรรูปในโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เตรียมใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกต่างประเทศ ผ่านทางท่าเรือแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลและล็อคเป้าหมายที่แน่ชัด ก่อนบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย นำโดยเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง กอ.รมน.สระบุรี และตำรวจกองกำกับการ 2 บก.ปทส. โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด

จุดแรกเข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จากการตรวจสอบไม่พบไม้ชิงชันแปรรูป เมื่อตรวจสอบเอกสารเจ้าหน้าที่พบว่า มีใบอนุญาตเพียง 1 โรง จากทั้งหมด 2 โรง อีก 1 โรงไม่มีใบอนุญาต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเครื่องเลื่อยสายพาน และไม้ทั้งหมดที่อยู่ในโรงเลื่อยไม่มีใบอนุญาต พร้อมทำบันทึกนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี เพื่อดำเนินการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกจุดเจ้าหน้าที่ขยายผลเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านต้องสงสัยแห่งหนึ่ง ในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หลังจากผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่า มีการนำไม้แปรรูปไปซุกซ่อน แต่จากการตรวจสอบไม่พบไม้ตามที่ได้รับร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงนำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินสำรวจบริเวณโดยรอบ กลับพบพื้นที่บริเวณหลังเขา มีร่องรอยของการตัดไม้ และพบรถยนต์คันหนึ่งจอดในพื้นที่ ชุดภาคพื้นดินจึงเข้าตรวจสอบทันที เมื่อผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ ได้รีบทิ้งเครื่องเลื่อยวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสาน กอ.รมน.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมตรวจสอบ ภายในรถพบใบขับขี่ และพบยาบ้าพร้อมอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแก่งคอย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อเรียกตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของที่ดิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเข้ารวบรวมข้อมูล และตรวจสอบให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน