"ทักษิณ" วอนผู้มีบารมีพากลับบ้าน เตรียม 1 กองร้อย รับกองเชียร์อนค.ตั้ดสินคดีพรรคฯกู้เงิน พปชร.ตั้งวอรูมที่สภา ช่วย“รมต.”ถูกซักฟอก

"พุทธิพงษ์"เผยพรรคร่วมตั้งวอรูมที่สภา ช่วยหนุนข้อมูลให้ รมต.หากชี้แจงไม่ครบ ด้าน"ธรรมนัส"ตั้งวอร์รูมทีมกฎหมาย ขู่อภิปรายหมิ่นเหม่ พร้อมฟ้องทันที โวไม่ต้องซ้อม ประเด็นเก่าทั้งนั้น "สตช."สั่งจัดกำลัง 1 กองร้อย รับกองเชียร์"อนาคตใหม่"ตั้งแต่เย็นพฤหัสฯ ฟังคำตัดสินคดียุบพรรคศุกร์นี้ "ทักษิณ"บอกผ่าน"นคร มาฉิม"อยากกลับไทย มีทางเดียว ปชช.เรียกร้องกลับมา ผู้มีบารมีของประเทศเมตตาปราณีเท่านั้น โอดเจ็บปวดที่สุดการใช้กฎหมายทำลายล้างกันสงสารลูกน้องติดคุก แฉใครมี 3 องค์ประกอบ"เงิน-อำนาจรัฐ-มวลชน"ถูกกำจัดพ้นการเมืองแน่ "ปลัด สปน."เผย"บิ๊กโจ๊ก"กลับมาทำงานตามปกติแล้ว พร้อมมอบหมายงานใหม่ทำข้อเสนอแนะเพิ่ม ไม่ใช่รับร้องทุกข์อย่างเดียว ย้ำกำชับตลอดห้ามขัดคำสั่งนายกฯ ปัด"พล.อ.วิระชัย"ลาบวช

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งวอรูมของพรรคเพื่อช่วยรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ความจริงไม่ถึงกับการเป็นองครักษ์อะไร เพราะส.ส.ทุกคนก็สามารถลุกขึ้นใช้สิทธิได้อยู่แล้ว ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล การที่บอกว่าเป็นองครักษ์ก็น่าจะเป็นการพูดกันไปเองมากกว่า และความจริงรัฐมนตรีทุกคนก็เตรียมความพร้อมของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน ส.ส.ในสภา ก็สามารถทำหน้าที่ของเขาได้ทุกคน ถือเป็นสิทธิที่จะสามารถประท้วง หรือขอให้ประธานพิจารณาตามข้อบังคับได้ ถ้ามีอะไรที่พาดพิงหรือเกินขอบเขต ก็สามารถใช้สิทธิประท้วงได้

“เราจะมีวอรูมของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ที่สภา คอยรวบรวมข้อมูลให้รัฐมนตรีแต่ละท่านและคอยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ครบถ้วน เราดูแลทุกคนเป็นพิเศษหมด หากการชี้แจงของรัฐมนตรียังไม่ครบถ้วน เราก็จะช่วยชี้แจงกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง”

เมื่อถามว่า ทุกคน ทุกกลุ่มในพรรคก็จะมาช่วยกันในวอรูมนี้ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนในพรรคก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว พรรคเราก็เป็นหนึ่งเดียว มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน มีรัฐมนตรีที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ตนเองก็พยายามประสานพรรคกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ซึ่งทุกพรรคก็ตอบรับดี ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งภูมิใจไทยและพรรคอื่นๆ เขาก็ตั้งวอรูมของตัวเอง ส่งคนมาช่วยสนับสนุนถ้ามีข้อมูลอะไรที่ไปพาดพิงหรือคาบเกี่ยวกับกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเขาก็ยินดีสนับสนุนข้อมูลอย่างเต็มที่ ซึ่งเราทำงานกันเป็นทีม

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดสัมมนาของพรรค พปชร.เพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ จ.ชลบุรี ในวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ จะไปร่วมด้วยหรือไม่ ว่า ตนจะเข้าร่วมการสัมมนาด้วย เพราะถือเป็นกิจกรรมของวิปรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกก็จะเดินทางไป ยกเว้นนายกรัฐมนตรี ส่วนตนไม่ต้องซักซ้อมอะไร เพราะเป็นประเด็นเก่าๆ

เมื่อถามว่า พอรู้เรื่องญัตติของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แวดวงการเมือง อยู่ในสังคมแคบๆ โดยเฉพาะ ส.ส. ก็รู้จักกันหมด ไม่มีความลับในสภา ฉะนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าจะถูกอภิปรายเรื่องอะไร

เมื่อถามว่า ทางพรรคพปชร.มีการตั้งวอร์รูมให้ผู้มีประสบการณ์ประมาณ 30 คน มาช่วย จะช่วยได้มากหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มันก็ต้องใช้องคาพยพ หลายๆ ด้าน เพื่อมาช่วยในฐานะที่เราเป็นฝ่ายรัฐบาลเหมือนกัน ฝ่ายค้านก็คงจะใช้องคาพยพแบบนั้น ต่างฝ่ายต่างมีการเตรียมตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวรัฐมนตรีแต่ละคน ว่าจะเตรียมข้อมูลโต้ตอบการอภิปรายอย่างไร อย่างส่วนตัว ตนก็ตั้งวอร์รูมที่กรุงเทพฯ และที่จ.พะเยา ซึ่งที่จ.พะเยา จะเป็นวอร์รูมด้านกฎหมาย หากมีการอภิปรายที่ส่อไปในทางหมิ่นเหม่ หรือทำให้เสียชื่อเสียง ตนก็มีทีมกฎหมายที่จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษทันที ไม่ต้องรอ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ เวลา 15.00 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จัดกำลัง อคฝ.ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการและมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ

ด้าน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลรัฐธรรมนูญจะมีเจ้าหน้าที่ของศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาล พื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและประชาชนที่จะมาให้กำลังใจพรรคเช่นเดียวกับครั้งก่อน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะมีการตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก EasyYukhon เผยแพร่คลิปรายการ “ขยี้ข่าวทอล์ค” ของไบร์ลทีวี ซึ่งมี นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมรายการ โดยมี นายยุคล วิเศษสังข์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

โดยนายนคร ระบุถึงการสนทนากับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ท่านอยากจะกลับประเทศไทย ในสภาท่านหมดหวัง ในสภาทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่ฝ่ายเผด็จการกำหนดไว้ทั้งหมด ในสภาคงไม่มีทางที่จะชนะได้ ท่านใช้คำนี้

“มีทางเดียวที่ท่านจะได้กลับบ้าน คือ ประชาชนเรียกร้องให้ท่านกลับมา และได้รับความเมตตาปราณีจากผู้มีบารมีของประเทศเท่านั้นแหละ” นายนคร กล่าว

พิธีกร ถามย้อนถึงเหตุการณ์ปี 2553 นายนคร กล่าวว่า ท่านไม่ต้องการให้เกิดกลียุค ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย ไม่ต้องการให้มีการบาดเจ็บล้มตายแม้แต่ชีวิตเดียว เพราะถือว่า คนไทยทุกคน ต่อให้ยากจนข้นแค้นขนาดไหน เพราะท่านเคารพรักประชาชน

พิธีกร ถามว่า โอกาสที่นายทักษิณจะชนะได้ นายนคร บอกว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปโดยปกติ โดยสุจริต โดยเที่ยงธรรม ท่านยังเชื่อว่า ประชาชนยังให้โอกาสท่านมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ คสช. แต่กฎเกณฑ์รัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ คำสั่ง คสช. กฎกติกาที่เอารัดเอาเปรียบ และการโกงมโหฬาร ใช้อำนาจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านแทบไม่มีความหวังในสภาที่จะเอาชนะฝ่ายเผด็จการในร่างประชาธิปไตยนี้ได้

เมื่อพิธีกร ถามว่า แสดงว่า นายทักษิณจะเล่นนอกสภา นายนคร ตอบว่า ท่านไม่ได้บอกว่าจะเล่นนอกสภา บอกแต่เพียงว่า ถ้าประชาชนเรียกร้อง และผู้มีบารมีของประเทศให้โอกาสท่านได้กลับประเทศ เพื่อได้มาร่วมกันฟื้นฟูพัฒนาประเทศ ท่านก็พร้อมเสียสละทุกอย่าง เพื่อให้บ้านเมืองของเราข้ามพ้นวิกฤติ ข้ามพ้นความขัดแย้งเสียที ข้ามพ้นจากยุคมืดและหลุมดำที่ประเทศไทยเป็นอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่คนอื่นบอกว่า ให้กลับมาติดคุก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ออก นายนคร กล่าวว่า ตนไม่ได้ถาม

พิธีกร ถามอีกว่า ทำไมเราไม่ถาม นักการเมืองติดคุกไปหมด มีแต่นายทักษิณไม่ติด นายนคร ตอบว่า ได้คุยประเด็นนี้ แต่ท่านใช้วลีตอบแทน เป็นวลีของปราชญ์ชาวฝรั่งเศส มองเตสกิเออ ว่าความเลวร้ายที่สุดก็คือ การใช้กฎหมายทำลายล้างกัน ท่านเจ็บปวด

พิธีกร ถามอีกว่า คุณทักษิณ นึกถึงนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ (จำเลยคดีทุจริตจีทูจีข้าวที่ถูกจำคุก) บ้างไหม นายนคร กล่าวว่า ท่านเห็นใจทุกคน สงสารทุกคน แต่ว่าตอนนี้แม้แต่ท่านเองก็ลำบาก เพราะระบอบเผด็จการเขายึดถือธงอยู่ 3 แนว ใครที่มีเงิน ใครที่มีอำนาจรัฐ ใครที่มีมวลชน ถ้าใครคนใดมี 3 องค์ประกอบอยู่ในตัวคนเดียว บุคคลคนนั้นหรือตระกูลนั้น จะต้องถูกจำกัดออกไปจากเวทีการเมือง

เมื่อถามในสายตาของนายนคร ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่นานไหม นายนคร กล่าวว่า อยู่นานอย่างน้อย 8-20 ปี แน่นอน ไม่อย่างนั้นจะร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาทำไม ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตายพรุ่งนี้ เขาก็หาคนอื่นมาแทน เพราะระบอบของเขายังคงอยู่ สมมุติพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตาย วันมะรืนเขาอาจแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร แทน ส่วนถามว่า เหนื่อยไหม ผมถือว่าเป็นภารกิจของทุกคนที่มีหัวใจฝ่ายประชาธิปไตยและมีหัวใจที่ไม่สยบยอมต่อเผด็จการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนคร มาฉิม ได้เดินทางไปพบกับ นายทักษิณ ที่ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการมอบหมายงานใหม่ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กลับมาปฏิบัติงานตามปกติแล้ว หลังจากที่ลาไปอุปสมบท ที่ประเทศ อินเดีย โดยมีคำสั่งมอบหมายงานออกมาใหม่ ให้มีการปรับการทำงาน โดยมอบหมายงานใหม่เรื่องการให้ข้อเสนอแนะ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน โดยให้มีการทำข้อเสนอแนะแนบมาด้วย ไม่ใช่รับเรื่องราวร้องทุกข์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับ และย้ำกับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาตลอดว่า อย่าละเมิดคำสั่งเตือนของนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาก่อนหน้านี้

เมื่อถามถึงกรณีการมอบหมายงานให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ที่ถูกให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร กล่าวว่า พล.ต.อ.วิระชัยได้มาทำงานแล้ว และเจ้าตัวก็บอกว่ามาทำงานทุกวัน โดยห้องทำงานอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบฯ โดยงานที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวข้องกับการให้ข้อแนะนำ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่เป็นในระดับเชิงนโยบาย ซึ่งสูงขึ้นกว่าของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เบื้องต้นได้กำชับไปว่าต้องทำงานให้อยู่ในระบบของทางราชการ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพล.ต.อ.วิระชัย ลาไปอุปสมบทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั้น นายธีรภัทร กล่าวว่า ช่วงนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ลา ซึ่งก็ได้มาลากับตนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และก็ไม่ได้บอกอะไรว่าลาไปไหน บอกเพียงว่า ลาพักผ่อน และก็จำไม่ได้ว่าลาถึงช่วงไหน

กองทุนประกันวินาศภัย