ในทุกๆปีที่วันวาเลนไทน์เวียนมาถึง ภาพของบรรยากาศการมอบสิ่งของแทนใจและแสดงออกถึงความรัก ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต ของของขวัญ และรับประทานอาหารร่วมกันกับคนรัก เป็นภาพที่คุ้นเคยเจนตา

โดยเฉพาะภายในห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ที่คนรักมักนิยมไปเดินเล่นกัน เลือกรับประทานอาหารในร้านอาหาร และชมภาพยนตร์

กระนั้น ก่อนวันวาเลนไทน์ปีนี้ ดูเหมือนว่าบรรยากาศบ้านเราจะผ่านเหตุการณ์สาหัสสากรรจ์ทีเดียว โลกรอบกายมีความสะเทือนใจและยังขวัญผวาไม่หาย

จากเหตุปล้นทองที่จ.ลพบุรี ในเดือนมกราคม มาถึงเหตุปล้นปืนกราดยิง ที่จ.นครราชสีมาล้วนเกิดขึ้นภายในห้างฯกลางเมือง จากสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ถูกเปลี่ยนไปเป็นสมรภูมิเลือด ที่นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ จนถึงรายเล็กรายน้อยต้องรับมือ

ทว่าในวิกฤติที่เกิดขึ้น นอกจากผู้เกี่ยวข้องจะนำไปถอดบทเรียนเพื่อยกระดับมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำ หรือสามารถลดความสุญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว

เหตุรุนแรงที่เกิดต่างที่ ต่างถิ่นนี้ คนไทยทั้งประเทศต่างรู้สึกสูญเสียและสลดใจร่วมกันโดยเฉพาะล่าสุด เหตุรุนแรงที่จ.นครราชสีมา ได้เห็นพลังแห่งความรักของคนไทย ที่ร่วมส่งกำลังใจ ร่วมบริจาคโลหิต และช่วยกระจายข่าวสารที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ปฏิบัติการสำเร็จลุล่วง กระทั่งร่วมสวดมนต์ภาวนา เรียกว่าใครช่วยเหลือทางใดได้ต่างไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ นอกจากสิทธิเบื้องต้นที่รัฐบาลจะเยียวยาแล้ว ยังมีหลายองค์กรเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกราดยิงในจ.นครราชสีมา

เฉกเช่นกับในยามที่ประเทศไทยประสพภัยพิบัติ เหมือนเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา น้ำใจของคนไทยหลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไม่ขาดสาย หรือแม้แต่ในเหตุการณ์วิกฤติถ้ำหลวงเมื่อปี 2561 ยิ่งสะท้อนชัดถึงความเป็นน้ำหนึงใจเดียวกัน ที่ทุ่มเททั้งกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์

ที่สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะคนในชาติ หากแต่เชื่อมโยงใยคนจากทั่วโลกร่วมส่งทั้งกำลังใจ อุปกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญมาร่วมปฏิบัติภารกิจ จนสำเร็จลุล่วง แม้จะต้องแลกกับความสูญเสีย วีรบุรุษ อย่าง “จ่าแซม”นาวาตรี สมาน กุนัน

กระนั้น จะเห็นได้ว่าในครั้งที่เกิดวิกฤติ คนไทยไม่เคยทิ้งกัน คนไทยมีความรัก ความปรารถนาดีและความสามัคคีกัน แต่น่าทำการศึกษาว่า เหตุใด ในยามสงบนั้น สังคมไทยมักจะมีปัญหาความขัดแย้งกัน จนมีคำกล่าวเชิงเสียดสีว่า “ยามสงบเรารบกันเอง”

มาถึงวันนี้ แม้เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่เปรียบเหมือนฝันร้าย แต่ใกล้วันแห่งความรักแล้ว อยากให้คนไทยส่งมอบความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน ไม่เฉพาะในยามวิกฤติ เพื่อทวงคืนรอยยิ้มสยามที่งดงาม กลับมาสู่ใบหน้าของคนไทยทุกคนอีกครั้ง

กองทุนประกันวินาศภัย