การเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านที่เวลานี้มีความชัดเจนว่าเหลือเกาะกลุ่มกันอยู่ทั้งสิ้นเพียง “6พรรค” อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.63นี้อาจจะกลายเป็น “แกรนด์ โอเพ่นนิ่ง” เปิดตัวเปิดหน้า “งูเห่า” ที่แฝงตัวอยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างชัดเจน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บรรดา “งูเห่า” พยายามเก็บตัว เก็บหน้า

สำหรับการขยับของพรรคฝ่ายค้าน เวลานี้อยู่ในสภาพที่ต้องบอกว่า “ขยับได้ยาก” เพราะด้วย “กำลังคน” ที่เหมือนจะ “สูสี” กับพรรคร่วมรัฐบาล จนทำให้รัฐบาลอยู่ในสภาพ “เสียงปริ่มน้ำ” ก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลง เพราะล่าสุด “5ส.ส.” จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพิ่งประกาศถอนตัวจากการเป็น “ฝ่ายค้าน”

และคงไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลาว่าจากนี้ไป 5 ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะเลือกไปอยู่กับการเมืองขั้วไหน หากไม่ใช่ปีกรัฐบาล ของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

มิหนำซ้ำยังเกิดแรงสั่นไหว ก่อนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีที่พรรคอนาคตใหม่ กู้เงินจำนวน 191 ล้านบาทจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่าจะผลจากคำพิพากษาจะออกมาในทางที่เป็นลบ เลวร้ายต่อพรรคถึงขั้น “ถูกยุบ” หรือไม่ ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ?

เมื่อ “ข่าวร้าย” กลายเป็น “ข่าวลือ” ที่มีอานุภาพ สร้างความหวั่นไหวก่อนที่ “คำวินิจฉัย” ของศาลรัฐธรรมนูญ จะปรากฎออกมา ยิ่งเป็นเหมือน “ตัวเร่ง” ให้บรรดาส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่เอง คาดการณ์ คิดกันไปไกลว่า พรรคอนาคตใหม่ จะอยู่จนถึงวันที่ฝ่ายค้านได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ 24 -26 ก.พ.หรือไม่

เมื่ออนาคตทางการเมืองไม่แน่นอน จึงทำให้พรรคฝ่ายค้าน พากันเกิดอาการ “รวน” ไปตามๆกัน อย่าลืมว่า “ศึกอภิปราย” รอบนี้คือภารกิจที่เป็นเหมือน “ความหวัง” ของพรรคฝ่ายค้าน แต่หากเกิด “อุบัติเหตุ” ทางการเมืองขึ้นกับพรรคอนาคตใหม่ จะเหลือเพียง “พรรคเพื่อไทย” ทำหน้าที่ทำทัพฝ่ายค้านเป็นหลักเท่านั้น !

ไม่เพียงแต่พรรคฝ่ายค้านจะอยู่ในอาการรวน จากเกมในสภาฯเท่านั้น แต่ยังต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่23 ก.พ. ยังเป็นการวัดฝีมือกันระหว่าง “พรรคพลังประชารัฐ” ที่จะต้องส่ง “เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์” ลูกชายของ “ไวพจน์ อาภารัตน์” ที่ต้องกลายเป็นอดีตส.ส.กำแพงเพชร จากคำพิพากษาในคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่พัทยา ลงรักษาแชมป์กับ “จุลพันธ์ ทับทิม” อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสนาม

ซึ่งงานนี้ ดูเหมือนว่า ลึกๆแล้วพรรคเพื่อไทยเองแทบไม่มีลุ้น ว่าจะช่วงชิงเก้าอี้ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร จากเจ้าถิ่นเดิมจากพลังประชารัฐ ได้ อีกทั้งมีรายงานว่า “แกนนำ” ระดับ “บิ๊กเนม” ของพรรคเพื่อไทยเอง ก็ไม่ได้ฝากความหวังว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มในการเลือกตั้งซ่อมรอบนี้ หลายฝ่ายประเมินว่าพรรคพลังประชารัฐ เองก็จะไม่ยอมปล่อยมือเช่นกัน

ว่ากันว่าไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทย จะไม่สามารถคว้าชัยจากการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ อันเนื่องจากเป็นพื้นที่ของแชมป์เก่า หากแต่เพื่อไทยยังยอมรับว่า เกมใต้ดิน -บนดิน ตลอดจน “อำนาจ”ของรัฐบาลคือ “ปัจจัย” ที่จะชี้ขาดมากกว่าสิ่งไหน

อย่างไรก็ดีการเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านทั้งในและนอกสภาฯ จะยิ่งขยับได้ยาก ทั้งเงื่อนไขที่มาจากตัวของ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน”เองที่ลึกๆแล้ว รวมกันอย่างหลวมๆ ขณะที่เกมในสภาฯเองจะให้ถึงขั้นโค่นรัฐบาลลง ก็มีแต่ยากเย็น เพราะ “ขุนพล” ที่ยืนประจันอยู่กลางสภาฯ ล้วนแล้วแต่เป็น “ตัวสำรอง” เพราะ “มวยหลัก” สอบตก เข้าสภาฯกันไม่ได้ทั้งสิ้น !

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน