แสงไทย เค้าภูไทย

สื่อมวลชนสาขาโทรทัศน์บางช่อง ถูกโจมตีว่าเสนอข่าวถ่ายทอดสดเชิงลึกโดยไม่กลั่นกรอง จนกลายเป็นการชี้ช่องคนร้าย ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจ

ต้องขอยกย่องผู้สื่อข่าวและผู้รายงานข่าวของทีวีและสื่อมวลชนสาขาอื่นๆที่ไปทำหน้าที่ด้วยความลำบากตรากตรำ( 18-20 ชั่วโมง) และมีขีดจำกัดหลายด้านรวมทั้งอยู่ภายใต้สถานการณ์เสี่ยงตาย

การบริหารข่าวกับการรายงานข่าวนั้นอยู่คนละมิติ

นักข่าวมุ่งจะสืบเสาะหาข้อมูล(investigate)ให้มากที่สุดลงรายละเอียดมากที่สุด เข้าถึงข้อมูลลึก(in dept) ที่สุด

ส่วนการบริหารงานข่าวนั้น คือการวางแผนงาน การกลั่นกรองและการนำเสนอ

ผู้นำเสนอข่าวคือหัวหน้าข่าว ที่รับรายงานข่าวจากนักข่าวแล้วนำมากลั่นกรอง จากนั้นจึงนำเสนอข่าว

ข้อจำกัดของโทรทัศน์ คือเวลา ส่วนของหนังสือพิมพ์ และสื่อสิ่งพิมพ์คือพื้นที่นำเสนอ ที่เป็นหน้ากระดาษ

แม้ยุคนี้ จะเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์กันแล้ว แต่ก็ยังจำกัดพื้นที่อยู่ดี เพราะยังนำเสนอกันด้วยตัวหนังสืออยู่

ข่าวของหนังสือพิมพ์จึงได้เคร่งครัดรับการกลั่นกรอง “รีไรท์” เนื้อหาจึงกระชับ ไม่มีส่วนเหลือ ส่วนเกิน อยู่ในกรอบของจรรยาบรรณและกฎหมายการพิมพ์

ต่างจากโทรทัศน์ ที่สภาพการทำงานมีขีดจำกัดที่เวลา เพราะ concept ของการนำเสนอข่าวของสื่อโทรทัศน์ในกรณีรายงานสดคือต้อง “สด” และ “ฉับไว” เพื่อชิง ผู้ชม (audiences) กับโทรทัศน์สำนักคู่แข่ง

ด้านเนื้อหานั้น โดยหลักการแล้ว ยึดความสนใจของผู้รับข่าวเป็นหลัก (audience insights) คือนำเสนอข่าวที่เนื้อหาถูกใจหรือเป็นที่สนใจของผู้รับข่าวเป็นสำคัญ

อย่างกรณีเหตุการณ์ทหารกราดยิงสังหารที่โคราชนั้น จุดสนใจที่สุดของผู้รับข่าวที่รวมถึง ผู้ชมโทรทัศน์ ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ ผู้ท่องเน็ต ฯลฯ คือ ลำดับแรกสุดทหารจะหาพบตัวก่อเหตุที่จุดไหนของห้าง

ลำดับที่ 2.ฝ่ายปราบปรามจะเข้าไปจัดการคนก่อเหตุได้ไหม อย่างไร ซึ่งช่วงต้นๆผู้เสพข่าวร้อยละ 99 มุ่งหวังให้ฝ่ายปราบปรามสังหารเขา

สิ่งที่อยากรู้ลำดับที่ 3 คือคนตายเท่าไร

ลำดับที่ 4 ผู้ที่ถูกกักตัวเป็นประกัน ที่ไม่สามารถออกมาจากอาคารมีอยู่เท่าใด ถูกยิงตายหรือไม่ กี่คน

ลำดับที่ 5 แรงจูงใจที่แท้จริงหรือภูมิหลังของเหตุการณ์ก่อนนำไปสู่การสังหารหมู่ซึ่งข้อนี้ เป็นความอยากรู้เบื้องต้น หรือเกริ่นนำไปสู่ความอยากรู้ข้อที่ 1 ถึง 5แล้ว

6. ภูมิหลังที่นำมาสู่เหตุการณ์ในเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์

จุดนี้นักวิชาการสหสาขาวิชาชีพ พากันดาหน้าออกมาวิเคราะห์ วิจารณ์กันระงม เช่น สาขาจิตวิทยาก็จะพูดว่าเกิดจากความเครียด ความรู้สึกกดดัน ต่ำต้อย ถูกรังแก ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกดขี่ฯลฯ

ส่วนพฤติกรรมก็วิเคราะห์ว่าเกิดจากการเลียนแบบ(contagion หรือ copycat) บรรดา “จ่า” ทั้งหลายที่ “ลุยเดี่ยว” ดังที่ได้รับซึมซับมาจากภาพยนตร์ฝรั่ง เช่น จ่า Bob Lease หรือ Shooter

บ้างก็ว่าเลียนแบบผอ.กอล์ฟปล้นทอง และฆ่าผู้คนในห้างโรบินสันลพบุรีเห็นได้จากการโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าเพื่อ “ป้องกันตัว”ที่เป็นคำพูดเดียวกัน

ลำดับสุดท้าย หลังจากจบเหตุการณ์ ยังมีเหตุการณ์ตามหลัง ( consequences)เช่นความอยากรู้ว่า ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร จะแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้เกิดตุการณ์เช่นนี้อีก การสัมภาษณ์ครอบครัวจ่านักฆ่าหรือครอบครัวผู้ตาย ฯลฯ

เหล่านี้คือสิ่งที่นักข่าวและสื่อมวลชนถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องนำเสนอต่อประชาชนที่ถือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้สื่อข่าวกับผู้เสพข่าว” โดยตรง

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน